Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10420
Title: ผลของแคร์แมปต่อการรักษาด้วยยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนบนที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
Other Titles: Effect of care map on antimicrobial therapy in patients with upper urinary tract infection at King Chulalongkorn Memorial Hospital
Authors: พรพรรณ ทวิชชาติวิทยากุล
Advisors: อัจฉรา อุทิศวรรณกุล
พรรณพิศ สุวรรณกูล
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์
Advisor's Email: Achara.U@Chula.ac.th
ไม่มีข้อมูล
Subjects: โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ
สารต้านการติดเชื้อ
ปฏิชีวนะ
Issue Date: 2545
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของแคร์แมปต่อการรักษาด้วยยาต้านจุลชีพใน ผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนบนที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยแบ่งการวิจัยเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 (กลุ่มที่ 1) เป็นการศึกษาย้อนหลังในผู้ป่วย 131 ราย ที่เข้ารักษาตัวตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 31 ธันวาคม 2543 ระยะที่ 2 (กลุ่มที่ 2) เป็นการศึกษาข้อมูลไปข้างหน้าในผู้ป่วย 66 ราย ที่เข้ารักษาตัวตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2544 31 ธันวาคม 2544 ผลการวิจัยพบว่าการประเมินความเหมาะสมในการรักษาด้วยยาต้านจุลชีพตามแคร์แมปและแนวทางการรักษาภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนบน พบว่าในกลุ่มที่ 1 มีความเหมาะสมร้อยละ 87.02 และกลุ่มที่ 2 มีความเหมาะสมร้อยละ 94.32 แต่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) ค่ามัธยฐานของค่าใช้จ่ายของยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 เป็น 437 บาท และกลุ่มที่ 2 เป็น 368 บาท ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) สำหรับยาต้านจุลชีพแบบฉีดที่ใช้รักษาแบบคาดการณ์มากที่สุดทั้ง 2 กลุ่ม คือยาฉีด Gentamicin ร้อยละ 74.81 และร้อยละ 90.91 ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยของวันที่ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การเปลี่ยนเป็นยารับประทานในกลุ่มที่ 1 เป็น 3.93 วัน และกลุ่มที่ 2 เป็น 3.36 วัน ผู้ป่วยที่ได้รับการเปลี่ยนยาตรงตามเวลาในกลุ่มที่ 1 ร้อยละ 88.55 และกลุ่มที่ 2 ร้อยละ 86.36 ระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาลเฉลี่ย 4.47 วันในกลุ่มที่ 1 และ 4.41 วัน ในกลุ่มที่ 2 แคร์แมปเป็นเครื่องมือในการนำแนวทางการรักษาภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนบนมาใช้ในการดูแลผู้ป่วย ช่วยลดค่าใช้จ่ายและอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย
Other Abstract: The objective of this research was to study the effect of care map on antimicrobial therapy in patients with upper urinary tract infection at King Chulalongkorn Memorial Hospital. The first phase was a retrospective study of 131 patients who was admitted during July 1 December 30, 2000 and the second phase was a concurrent study of 66 patients who admitted during July 1 December 30, 2001. The results showed that the evaluation of appropriatness of antimicrobial use as compare to the care map and clinical practice guideline showed that the appropriateness was 87.02% in the first group and 94.32 % in the second group with no significant difference (p>0.05). The median of antimicrobial therapy cost was 437 bahts in the first group and 368 bahts in the second group, that was significant difference. (p<0.05). The most antimicrobial injection used as an empirical therapy was Gentamicin 74.81% in the first phase and 90.91% in the second phase, respectively. The mean number of days that patients met criteria for changing to oral antimicrobial was 3.93 days in the first group and 3.36 days in the second group. The patients who had appropriated time of switch in the first group was 88.55 % and 86.36 % in the second group. The mean length of stay was 4.47 days in the first group and 4.41 days in the second group. Care map was a tool for implement of clinical practice guideline for appropriate use of antimicrobial therapy in the treatment of upper urinary tract infection that decreased antimicrobial therapy cost in patient care and may increased the efficacy.
Description: วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545
Degree Name: เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: เภสัชกรรม
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10420
ISBN: 9741727429
Type: Thesis
Appears in Collections:Pharm - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
PORNPUN.pdf1.02 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.