Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/23055
Title: การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าที่เรียนโดยให้เพื่อนช่วยสอน กับที่เรียนด้วยตนเอง
Other Titles: A comparison of English reading comprehension achievement of mathayom suksa five students learning through peer-tutoring and self-study
Authors: เพ็ญสุข ภู่ตระกูล
Advisors: สุมิตรา อังวัฒนากุล
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.บัณฑิตวิทยาลัย
Subjects: การอ่าน
ภาษาอังกฤษ -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา)
Issue Date: 2528
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบสัมฤทธิ์ผลในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ห้าที่เรียนโดยให้เพื่อนช่วยสอนกับที่เรียนด้วยตนเอง ในการวิจัย ผู้วิจัยได้ทำการสอนอ่านเอาความภาษาอังกฤษให้แก่กลุ่มตัวอย่างประชากร 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม ซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคต้น ปีการศึกษา 2527 ของโรงเรียนราชดำริ กลุ่มละ 36 คน โดยทำการสอนกลุ่มทดลองด้วยวิธีการสอนแบบให้เพื่อนช่วยสอน และทำการสอนกลุ่มควบคุมด้วยวิธีให้เรียนด้วยตนเอง ใช้เวลาในการสอน 6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 คาบ ในการสอนใช้แผนการสอนซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นเองทั้ง 2 ชุด โดยทั้ง 2 ชุด มีเนื้อหาเดียวกัน และได้รับการตรวจแก้ไขจากอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน เมื่อสอนเสร็จได้ทำการทดสอบสัมฤทธิ์ผลทางการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนทั้ง 2 กลุ่มด้วยแบบสอบวัดความเข้าใจในการอ่านที่สร้างขึ้นเอง ซึ่งได้รับการตรวจแก่ไขจากอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิเช่นเดียวกับแผนการสอน พร้อมทั้งผ่านการนำทดลองใช้ เพื่อหาค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเที่ยงตรงได้ค่าความเที่ยงของแบบสอบเท่ากับ 0.80 จากนั้นจึงนำคะแนนที่ได้จากการทดสอบนักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม มาวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการอ่านโดยการทดสอบค่าที ( t – test ) ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1. นักเรียนที่เรียนโดยวิธีให้เพื่อนช่วยสอนมีสัมฤทธิ์ผลในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษสูงกว่ากลุ่มที่เรียนด้วยตนเอง โดยค่าคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มที่เรียนโดยวิธีให้เพื่อนช่วยสอนเท่ากับ 25.03 ซึ่งสูงกว่ากลุ่มที่เรียนด้วยตนเอง ที่มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 23.61 แต่จากการเปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ย ของนักเรียนทั้งสองกลุ่ม พบว่าคะแนนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ณ ระดับความมีนัยสำคัญ .05 2. นักเรียนเก่งที่เรียนโดยวิธีให้เพื่อนช่วยสอนมีสัมฤทธิ์ผลในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษสูงกว่านักเรียนเก่งที่เรียนด้วยตนเอง โดยค่าคะแนนเฉลี่ยนของนักเรียนเก่งที่เรียนโดยให้เพื่อนช่วยสอนเท่ากับ 28.71 ซึ่งสูงกว่าคะแนนของกลุ่มนักเรียนเก่ง ที่เรียนด้วยตนเอง ที่มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 26.86 แต่จากการเปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนกลุ่มเก่งของทั้งสองกลุ่มพบว่า คะแนนไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ณ ระดับความมีนัยสำคัญ .05 3. นักเรียนอ่อนที่เรียนโดยวิธีให้เพื่อนช่วยสอนมีสัมฤทธิ์ผลในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษสูงกว่านักเรียนอ่อนที่เรียนด้วยตนเอง โดยค่าคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนอ่อน ที่เรียนโดยให้เพื่อนช่วยสอนเท่ากับ 22.68 ซึ่งสูงกว่านักเรียนอ่อนที่เรียนด้วยตนเองที่มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 21.55 แต่จากการเปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนกลุ่มอ่อนของทั้งสองกลุ่มพบว่าคะแนนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ณ ระดับความมีนัยสำคัญ .05
Other Abstract: The purpose of this study was to compare the English reading comprehension achievement of Matayom Suksa Five students learning through peer-tutoring to those learning through self-study. The sample consisted of 72 students of Matayom Suksa Five at Rajadumri school in the academic year of 1983. They were divided into two groups-the experimental group and the controlled group. Each group, consisting of 36 students, was taught English reading comprehension. The experimental group was taught under the peer-tutoring while the controlled group was taught under the self-study. Both groups studied for 6 week-2 periods a week. After the teaching-learning periods were over, an English reading achievement test was administered to both groups. The test was constructed by the researcher and closely examined by the specialists and the thesis adviser and the level of difficulty and the power of discri-mination were also evaluated. The reliability of the test was 0.83. Finally, the achievement test scores were analyzed and statistically tested to see if there was any difference between the mean scores of the two groups. Results of the findings were as follows: 1.The reading comprehension achievement test scores of the students taught by peer-tutoring were higher than those taught by self-study. The mean score of the former group was 25.03 while that of the latter was 23.61. However, the mean scores of the two groups did not show any difference at the 0.05level of significance. 2.The reading comprehension achievement test scores of the good students taught by peer-tutoring were higher then those taught by self-study. The mean score of the former group was 28.71 while that of the latter was 26.86. However, the mean scores of the two groups did not show any difference at the 0.05 level of significance. 3.The reading comprehension achivement test scores of the poor students taught by peer-tutoring were, higher than those taught by self-study. The mean score of the former group was 22.68 while that of the latter was 2.1.55. However, the mean scores of the two groups did not show any difference at the 0.05 level of significance.
Description: วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528
Degree Name: ครุศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: มัธยมศึกษา
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/23055
ISBN: 9745644382
Type: Thesis
Appears in Collections:Grad - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
Pensuk_Po_front.pdf466.22 kBAdobe PDFView/Open
Pensuk_Po_ch1.pdf511.09 kBAdobe PDFView/Open
Pensuk_Po_ch2.pdf1.08 MBAdobe PDFView/Open
Pensuk_Po_ch3.pdf440.3 kBAdobe PDFView/Open
Pensuk_Po_ch4.pdf281.6 kBAdobe PDFView/Open
Pensuk_Po_ch5.pdf484.78 kBAdobe PDFView/Open
Pensuk_Po_back.pdf4.08 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.