Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/27628
Title: การบริหารงานการประถมศึกษาของคณะกรรมการการประถมศึกษา จังหวัดในภาคใต้
Other Titles: The primary education administration of the provincial primary education committee in Southern region
Authors: สมชัย อุดรโพธิ์
Advisors: อมรชัย ตันติเมธ
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Issue Date: 2528
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาการบริหารงานการประถมศึกษาของคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัดในภาคใต้ 2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา ที่มีขนาดโรงเรียนต่างกัน เกี่ยวกับการบริหารงานการประถมศึกษาของคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัดในภาคใต้ 3. เพื่อศึกษาปัญหา และอุปสรรคของการบริหารงานการประถมศึกษาของคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัดในภาคใต้ วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ใน 7 จังหวัด ในภาคใต้ ซึ่งกำหนดตามขนาดกลุ่มตัวอย่างของ Krejcie และ Morgan ได้จำนวน 354 คน กลุ่มตัวอย่างประชากรจำแนกตามขนาดของโรงเรียนในแต่ละจังหวัดได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบศึกษาข้อมูลจากเอกสารซึ่งใช้วิเคราะห์รายงานการประชุมของคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัด กับแบบสอบถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ มาตราส่วนประมาณค่าและคำถามปลายเปิดประกอบด้วยสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานและปัญหา และอุปสรรคของการบริหารงานการ ประถมศึกษาของคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัด เกี่ยวกับงานในอำนาจหน้าที่ 7 ด้านคือ (1) การกำหนดนโยบายดำเนินงาน และแผนพัฒนาการประถมศึกษาของจังหวัด (2) การจัดตั้งและจัดสรรงบประมาณเพื่อการประถมศึกษา (3) การจัดตั้ง บริหาร รวม ปรับปรุง และเลิกล้มโรงเรียน (4) การแต่งตั้งหัวหน้าการประถมศึกษา อำเภอ/กึ่งอำเภอ และผู้บริหารโรงเรียน (5) การพิจารณาความดีความชอบประจำปีของข้าราชการครู (6) การออกระเบียบปฏิบัติงานในหน้าที่ (7) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด และตามที่คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติมอบหมาย จากแบบสอบถามที่ส่งไป และรับคืนทางไปรษณีย์จำนวน 354 ฉบับ ได้รับคืน 288 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 81.35 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีคำนวณค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างกลุ่มด้วยค่าไค-สแควร์ และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว สรุปผลการวิจัย 1. จากการวิเคราะห์เอกสารรายงานประชุม พบว่ามีการประชุมคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัด ระหว่างปี 2524-2527 จำนวน 101 ครั้ง เวลาในการประชุมคิดเฉลี่ย ครั้งละ 3 ชั่วโมง 14 นาที ผู้ที่มาประชุมมากที่สุด คือผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด กรรมการที่มาประชุมน้อยที่สุด ได้แก่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้ที่มีบทบาทในการอภิปรายมากที่สุดคือ ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด ส่วนผู้ที่มีบทบาทในการอภิปรายน้อยที่สุดคือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด การประชุมส่วนใหญ่เป็นการพิจารณาให้ความเห็นชอบและเรื่องที่ประชุมมากที่สุดคือการแต่งตั้ง และย้ายผู้บริหารโรงเรียน ส่วนเรื่องที่มีการประชุมน้อยที่สุด คือการออกระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ 2. จากแบบสอบถาม พบว่า 2.1 ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาส่วนใหญ่เป็นชาย มีวุฒิปริญญาตรี อายุ ราชการ 21 ปีขึ้นไป และอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา 5 ปีลงไป 2.2 ผู้บริหารโรงเรียนส่วนใหญ่เห็นว่าคณะกรรมการประถมศึกษาจังหวัดได้มีการพิจารณากำหนดนโยบายและแผนพัฒนาการประถมศึกษาจังหวัด ซึ่งนโยบายและแผนที่กำหนดขึ้นมีความสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น การจัดตั้งและจัดสรรงบประมาณตามขนาดของโรงเรียนมีความเหมาะสมแต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของโรงเรียน การจัดตั้งรวม และเลิกล้มโรงเรียนประถมศึกษา เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ และไม่กระทบกระเทือนต่อบุคลากรและชุมชนแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาในการจัดการศึกษาได้ การแต่งตั้งหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ /กิ่งอำเภอและผู้บริหารโรงเรียนส่วนใหญ่ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ และมีความเป็นธรรม การพิจารณาความดีความชอบประจำปีของข้าราชการครู ส่วนใหญ่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ มีความเป็นธรรมและเป็นไปตามที่โรงเรียนเสนอ การออกระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ส่วนใหญ่มีทุกจังหวัดแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานได้ การปฏิบัติงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนดและตามที่คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติมอบหมายเป็นไปอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น เมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียนทั้งสามขนาด ปรากฏว่า มีความเห็นไม่แตกต่างกัน 36 ข้อในจำนวน 37 ข้อ ส่วนที่มีความเห็นแตกต่างกัน 1 ข้อ ได้แก่การกำหนดอายุเด็กเข้าเรียนตามพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2523 2.3 จากการวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคของการบริหารงานการประถมศึกษาของคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัดพบว่า การบริหารงานทั้ง 7 ด้าน ส่วนใหญ่มีปัญหาอยู่ในระดับน้อย เมื่อวิเคราะห์ความแปรปรวนของผู้บริหารโรงเรียนทั้งสามขนาดปรากฏว่ามีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน
Other Abstract: Purposes of the Study : 1. To study the primary education administration of the Provincial Education Committees in the southern region. 2. To compare the opinions of the primary school administrator with various school size : concerning the administration of the Provincial Primary Education Committees in the southern region. 3. To study the problems and obstacles that hinder the primary education administration of the Provincial Primary Education Committees in the southern region. Procedures : The samples employed in this study were 354 primary school administrators under the jurisdiction of the office of the National Primary Education Commission in seven provinces in the southern region. The multi-stage sampling technique was employed to draw the samples in each province by school size. The instruments employed were a guideline for analyzing the minutes of the Provincial Primary Education Committee meetings from 1981-1984 and a questionnaire developed by the researcher. The questionnaire covered the respondents status the administration of the Provincial Primary Education Committees including problems and obstacles in the seven areas ; 1) setting up operational policies and provincial primary education development plans: 2) considering and approving budget proposals and allocation for the development of primary education: 3) considering and approving proposals concerning school administration and improvement. The establishment of new schools, consolidation and termination of schools; 4) considering and approving appointments of primary education chiefs at the Amphur / Sub-Amphur levels and school administrator; 5) considering and approving the annual promotion of primary school teachers; 6) setting up working rules and regulations; and 7) undertaking other action as specified by law or assigned by the National Primary Education Commission. A total of 354 copies of the questionnaire were distributed. Two hundred and eighty-eight copies or 81.35 percent were returned and analyzed by using percentage mean standard deviation frequencies comparison of inter-group opinions by Chi-Square and One-Way Amalysis of Variance (ANOVA). Findings: 1. The analysis of the minutes revealed that the Provincial Primary Education Committees Carried out 101 meeting from 1981-1984, each for an average duration of 3.14 hours. Members who attended meeting most frequently were the Director of Provincial Primary Education Offices while the Provincial Health Officials were among regular absentees. Major roles at discussion sessions were played by the Director of Provincial Education Offices while those members from the Provincial Health Offices were the least active. Subjects mostly raised at the meeting were concerned with considering and approving appointments and transfer of school administrators. Meetings on setting up working rules and regulations were called the least often. 2. Results from the questionnaire analysis indicated that: 2.1 Majority of the respondents were male obtained bachelor’s degree with working experience from 21 years upward and held administrative positions for less than 5 years. 2.2 Majority of the respondents had the opinion that operational policies and provincial primary education development plans were developed. The set policies and primary education development plan were in good harmony with local needs. Budget proposals and budget allocation in accordance with school size were suitable but not fruitful to the school needs. Administration, establishment consolidation, and termination of schools chiefly conformed to the rules and regulations and did not affect school personnel and communities, but could not solve the educational problems. Appointments and transfer of the chiefs of amphrur / sub-Amphur Primary Education Offices and school administrators were mostly in accordance with the rules and regulations set by National Primary Education Commission, and they were well justice as was the case with the annual promotion of primary school teachers. Most of the provinces issued some regulations which, however, could not solve the problems. Other actions as specified by and as assigned by the National Primary Education Commission were properly undertaken and in harmony with local needs. When the opinions of administrators in three sizes of primary schools were compared, it was found that out of 37 items, no difference was found in 36 items. The item with significant difference was the compulsory age specified in the primary Education Act B.E.2523. 2.3 It was found that the problems and obstacles encountered were rated low in all the seven areas. Also, from the analysis of variance, no difference was found among the opinions of school administrators in small, medium and large schools.
Description: วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528
Degree Name: ครุศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: บริหารการศึกษา
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/27628
ISSN: 745660434
Type: Thesis
Appears in Collections:Grad - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
Somchai_Ud_front.pdf798.58 kBAdobe PDFView/Open
Somchai_Ud_ch1.pdf655.67 kBAdobe PDFView/Open
Somchai_Ud_ch2.pdf2.1 MBAdobe PDFView/Open
Somchai_Ud_ch3.pdf438.34 kBAdobe PDFView/Open
Somchai_Ud_ch4.pdf2.79 MBAdobe PDFView/Open
Somchai_Ud_ch5.pdf829.37 kBAdobe PDFView/Open
Somchai_Ud_back.pdf818.14 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.