Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43073
Title: การศึกษาเปรียบเทียบกลยุทธ์การตบในกีฬาวอลเลย์บอลหญิงของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2012
Other Titles: A COMPARATIVE STUDY OF VOLLEYBALL SPIKE TACTICS BETWEEN SUCCESSFUL AND UNSUCCESSFUL WOMEN’S VOLLEYBALL TEAM IN THE OLYMPIC GAMES 2012
Authors: กฤตยา ศุภมิตร
Advisors: ชัชชัย โกมารทัต
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
Advisor's Email: chuchchai.g@chula.ac.th
Subjects: วอลเลย์บอล -- การฝึก
วอลเลย์บอล -- การศึกษาและการสอน
Volleyball -- Training
Volleyball -- Study and teaching
Issue Date: 2556
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบกลยุทธ์การตบและประสิทธิผลการตบในกีฬาวอลเลย์บอลหญิงของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2012 กลุ่มตัวอย่างเป็นเทปบันทึกภาพการแข่งขันของทีมวอลเลย์บอลหญิง 4 ทีม แบ่งเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จ คือทีมที่ได้อันดับ 1 และ 2 (ทีมบราซิลและทีมสหรัฐอเมริกา) ทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จ คือทีมที่ได้สองอันดับสุดท้าย (ทีมอัลจีเรียและทีมเซอร์เบีย) เก็บรวบรวมข้อมูลผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Focus X2 Version1.5 วิเคราะห์ค่าทางสถิติด้วยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way Analysis of Variance) และการเปรียบเทียบความแตกต่างด้วยการทดสอบรายคู่ที่เป็นอิสระจากกัน (Independent Sample t-test) โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 1. กลยุทธ์การตบที่นิยมใช้มากที่สุดของทีมที่ประสบความสำเร็จ คือ กลยุทธ์การตบบอลสูงหน้าแบบรุนแรง (18.43%) รองลงมาคือ กลยุทธ์การตบบอลเร็ว E แบบรุนแรง(14.73%) และกลยุทธ์การตบบอลเร็ว F แบบรุนแรง (12.44%) กลยุทธ์การตบที่ได้คะแนนมากที่สุดของทีมที่ประสบความสำเร็จ คือ กลยุทธ์การตบบอลเร็ว A แบบรุนแรง(65.25%) รองลงมาคือกลยุทธ์การตบบอลเร็ว C แบบรุนแรง (59.09%) และกลยุทธ์การตบบอลเร็ว B แบบรุนแรง (57.32%) ประสิทธิผลการตบที่ปรากฏมากที่สุดของทีมที่ประสบความสำเร็จ คือ การตบที่ได้คะแนน (44.37%) รองลงมาคือการตบที่ฝ่ายรับสามารถรุกตอบโต้ได้ (30.48%) และการตบที่ถูกสกัดกั้นแล้วสามารถตบได้อีกครั้ง (6.72%) 2. จากการเปรียบเทียบกลยุทธ์การตบที่ได้คะแนนเป็นรายคู่พบค่าเฉลี่ยกลยุทธ์การตบที่ได้คะแนนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คือกลยุทธ์การตบบอลเร็ว A แบบรุนแรง กลยุทธ์การตบบอลเร็ว C แบบรุนแรง กลยุทธ์การตบบอลเร็ว E แบบรุนแรง กลยุทธ์การตบบอลเร็ว F แบบรุนแรง กลยุทธ์การตบบอล 3 เมตรแบบรุนแรง กลยุทธ์การตบบอลเร็ว E แบบเบาหรือหยอด กลยุทธ์การตบบอลเร็ว F แบบเบาหรือหยอด และกลยุทธ์การตบบอล 3 เมตรแบบเบาหรือหยอด โดยทีมที่ประสบความสำเร็จมีค่าเฉลี่ยของกลยุทธ์การตบที่ได้คะแนนมากกว่าทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในทุกกลยุทธ์การตบข้างต้น ส่วนประสิทธิผลการตบพบว่าทีมที่ประสบความสำเร็จมีค่าเฉลี่ยการตบที่ได้คะแนนมากกว่าทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จมีค่าเฉลี่ยการตบที่โดนสกัดกั้นมากกว่าทีมที่ประสบความสำเร็จ
Other Abstract: The purpose of this study was to analyze and compare the volleyball spike tactics and spike effectiveness that were used between successful and unsuccessful women’s volleyball teams in the Olympic games 2012. The subjects used in this study comprised of 4 national woman volleyball teams from this tournament, the successful teams (Brazil and The United States of America) and the unsuccessful teams (Algeria and Serbia). 22 matches were analyzed, using the Software Focus X2 Version 1.5. The obtained data was compared by using descriptive and inferential statistics consisting of Independent sample t-test and One-way analysis of variance with multiple comparisons, using the Least Significant Difference at .05 level The results were as follow : 1. The spike tactics which was most frequently used by successful teams was the powerful spike the high set ball in front of a setter (18.43%), the powerful spike quick E (14.73%) and the powerful spike quick F (12.44%). The spike tactics that respectively scored the most points were the powerful spike quick A (65.25%) the powerful spike quick C (59.09%) and the powerful spike quick B (57.32%). The spike effectiveness that was performed most frequently was the spike point (44.37%), the spike continuity with organized counterattack (30.48%) and the spike continuity with the ball kept in the attacking team (after bouncing off the block) (6.72%); 2. From the comparison of spike tactics which scored in pair observation, it was found that tactical average has significantly different score at .05 which are the powerful spike quick A, the powerful spike quick C, the powerful spike quick E, the powerful spike quick F, the powerful spike the ball set from the back court, the soft spike quick E, the soft spike quick F and the soft spike the ball set from the back court. Interestingly, the successful teams scored more than the unsuccessful team from using all the tactics already mentioned. The spike effectiveness revealed that the significant difference between successful and unsuccessful teams is the spike point is more performed by the successful team than the unsuccessful team. Finally, the unsuccessful teams were blocked more than the successful teams.
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556
Degree Name: วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: วิทยาศาสตร์การกีฬา
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43073
URI: http://doi.org/10.14457/CU.the.2013.545
metadata.dc.identifier.DOI: 10.14457/CU.the.2013.545
Type: Thesis
Appears in Collections:Spt - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
5578305239.pdf4.32 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.