Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43171
Title: การเขียนบันทึกเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น: การวิเคราะห์พัฒนาการ
Other Titles: JOURNAL WRITING FOR ENHANCING LEARNING ACHIEVEMENT AND ATTITUDE TOWARDS MATHEMATICS LEARNING OF LOWER SECONDARY SCHOOL STUDENTS: A DEVELOPMENT ANALYSIS
Authors: ณัฐวัฒน์ มะลิวรรณ
Advisors: วรรณี แกมเกตุ
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
Advisor's Email: wannee.k@gmail.com
Subjects: คณิตศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา)
ความสามารถทางคณิตศาสตร์
Mathematics -- Study and teaching (Secondary)
Mathematical ability
Issue Date: 2556
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลการใช้การเขียนบันทึกในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 2) วิเคราะห์พัฒนาการของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบอนุกรมเวลา ตัวอย่างวิจัยประกอบด้วย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 108 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 54 คน และกลุ่มควบคุม 54 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แบบเขียนบันทึกในวิชาคณิตศาสตร์ 2) แผนการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 3) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ซึ่งมีลักษณะเป็นคู่ขนาน จำนวน 5 ฉบับ มีค่าความยากเฉลี่ยทั้งฉบับอยู่ระหว่าง 0.488–0.528 ค่าอำนาจจำแนกเฉลี่ยทั้งฉบับอยู่ระหว่าง 0.396–0.413 และค่าความเที่ยงทั้งฉบับอยู่ระหว่าง 0.869–0.890 4) แบบวัดเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ที่มีค่าอำนาจจำแนกรายข้ออยู่ระหว่าง 0.2 – 0.9 และค่าความเที่ยงทั้งฉบับเท่ากับ 0.933 5) แบบสัมภาษณ์ความพึงพอใจต่อการใช้การเขียนบันทึก และ 6) แบบสังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติบรรยาย ประกอบด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความเบ้ และค่าความโด่ง สถิติสรุปอ้างอิงประกอบด้วย การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยเลขคณิต โดยใช้สถิติทดสอบที (t–test) และวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (Repeated measure AN0VA) สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์นักเรียนกลุ่มทดลอง พร้อมทั้งการสังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดย การวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ผลการใช้การเขียนบันทึกในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า กลุ่มทดลองมีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมมีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ผลการวิเคราะห์พัฒนาการของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีพัฒนาการผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มทดลองมีพัฒนาการผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.921 ของปริมาณผลสัมฤทธิ์ที่ควรพัฒนาได้ ในขณะที่กลุ่มควบคุม มีพัฒนาการทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 44.878 ของปริมาณผลสัมฤทธิ์ที่ควรพัฒนาได้ และกลุ่มทดลองมีคะแนนพัฒนาการเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.622 ของปริมาณผลสัมฤทธิ์ที่ควรพัฒนาได้ ในขณะที่กลุ่มควบคุมมีคะแนนพัฒนาการเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.591 ของปริมาณเจตคติที่ควรพัฒนาได้
Other Abstract: This research aimed to 1) study the using journal writing for enhancing achievement and attitude towards Mathematics learning of lower secondary school students, and 2) analyze growths of achievement and attitude towards Mathematics learning of lower secondary school students of students in the experimental and control groups. This research employed a time-series semi-experimental design. Research sample consisted of 108 lower secondary school students with 54 students in each group. Research instruments were 1) a Mathematics journal writing form; 2) a Mathematics lesson plan; 3) five parallel forms of a Mathematics achievement test with the average difficulty levels ranged between 0.488-0.528, the average discrimination levels ranged between 0.396-0.413, and the average reliability coefficients ranged between 0.869-0.890; 4) an attitude towards Mathematics inventory with the item discrimination ranged from 0.2-0.9 and the overall reliability coefficient was 0.935; 5) an interview protocol regarding the satisfaction in journal writing; and 6) a behavior-in-classroom observation form. Data were analyzed quantitatively by descriptive statistics including percent, mean, standard error, skewness and kurtosis, as well as inferential statistics including t-test and repeated measure ANOVA. On the other hand, qualitative data were collected by informal interviews for the experimental group. The qualitative data were then analyzed using content analysis The results showed as follows; 1) The study of using journal writing showed that experimental group gained higher mathematics learning achievement at a statistically significant level of .05. Meanwhile, the experimental group and the control group had higher mathematics learning achievement and attitudes toward Mathematics learning at a without statistically significant at the level of .05. 2) The study of the growth in achievement and attitude towards Mathematics learning of lower secondary school students revealed that the experimental group and the control group had different growth in mathematics learning achievement and attitudes toward Mathematics learning without statistically significant at the level of .05. The experimental group gained higher mathematics achievement by 43.921 % of the expected growth in achievement, whereas the control group had gained higher mathematics achievement by 44.878 % of the expected growths. The experimental group had increased attitude towards Mathematics learning by 3.622 % of the expected growth in attitude, and the control group had increased 2.591 % of the expected growth in attitude.
Description: วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556
Degree Name: ครุศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: วิธีวิทยาการวิจัยการศึกษา
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43171
URI: http://doi.org/10.14457/CU.the.2013.644
metadata.dc.identifier.DOI: 10.14457/CU.the.2013.644
Type: Thesis
Appears in Collections:Edu - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
5583806027.pdf4.18 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.