Please use this identifier to cite or link to this item:
Title: ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง
Other Titles: Factors related to eating behavior in spinal injury patients
Authors: พนอ ทับทิมทอง
Advisors: รุ้งระวี นาวีเจริญ
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์
Advisor's Email: ไม่มีข้อมูล
Subjects: ไขสันหลัง -- บาดแผลและบาดเจ็บ
ผู้ป่วย -- การดูแล
Spinal cord -- Wounds and injuries
Care of the sick
Consumer behavior
Issue Date: 2555
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: การวิจัยเชิงหาความสัมพันธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง และศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ระหว่างระดับการบาดเจ็บ ภาวะซึมเศร้า การพึ่งพาตนเอง และสัมพันธภาพในครอบครัวกับพฤติกรรมการบริโภคในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง กรอบแนวคิดที่ใช้ คือ ทฤษฎีการปรับตัวของรอย กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 80 คน มีลักษณะเฉพาะเจาะจง คือเป็นผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง อายุ ตั้งแต่ 18-59 ปี ที่มารับบริการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ระดับการบาดเจ็บ ภาวะซึมเศร้า สัมพันธภาพในครอบครัว การพึ่งพาตนเอง และแบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภคอาหาร มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค เท่ากับ 0.80, 0.92, 0.89, 0.94 และ 0.80 ลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติไคแสควร์ ค่าสัมประสิทธิ์การจรณ์ และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัย สรุปได้ว่า 1. กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารโดยรวมอยู่ในระดับดี (X =3.84, SD=.34) 2. ระดับการบาดเจ็บ ภาวะความซึมเศร้า ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง 3. การพึ่งพาตนเองมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (X² = 91.22; P=.003) 4. สัมพันธภาพในครอบครัวมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .239; p=0.05)
Other Abstract: The purposes of this correlational research were to study the eating behavior and to examine the factors related between level of injury, depression, family relationship, patient’s self-dependence and eating behavior in spinal injury patients. The conceptual framework used in this study was Roy’s adaptation model. The purposive sampling techniques were applied to select the samples, which included 80 patients with spinal injury and age between 18 to 59 years old and received follow up at King Chulalongkorn Memorial Hospital and Phramongkutklao Hospital. The instruments for data collection included a demographic data, the level of spinal injury. The questionnaires included patients’ depression, family relationship, patient’s self-dependence, and the eating behavior. the reliability and Cronbach’ s alpha coefficient of those questionnaires were 0.80, 0.92, 0.89, 0.94 and 0.80 respectively. The Descriptive statistics included frequency, percentage, mean, standard deviation, Chi-Square, Contingency-coefficient and Pearson’s product moment. The major finding was as follow: 1. The spinal injury patients had a good eating behavior scores (X=3.84, SD=.34). 2. The level of injury and patient’s depression level was not related to eating behavior scores in spinal injury patients. 3. Patient’ s self-dependence level had significant correlation with eating behavior scores in the spinal injury patients. (X²= 91.22; P-value.003). 4. Family relationship scores had significant positive correlation with eating behavior scores in spinal injury patients (r= .239; p=0.05).
Description: วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555
Degree Name: พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: พยาบาลศาสตร์
Type: Thesis
Appears in Collections:Nurse - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
panor_tu.pdf4.89 MBAdobe PDFView/Open

Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.