Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/55144
Title: ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาที่มีโครงสร้างไม่สมบูรณ์ร่วมกับกลวิธีการเสริมต่อความคิดที่มีต่อความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
Other Titles: EFFECT OF ORGANIZING MATHEMATICS LEARNING ACTIVITY USING ILL-STRUCTURED PROBLEM SOLVING PROCESS AND SCAFFOLDING STRATEGY ON CRITICAL THINKING ABILITY OF NINTH GRADE STUDENTS
Authors: วรนิพิฎ พันธ์หนองหว้า
Advisors: อัมพร ม้าคนอง
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
Advisor's Email: Aumporn.M@Chula.ac.th,Aumporn.M@chula.ac.th
Issue Date: 2559
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาที่มีโครงสร้างไม่สมบูรณ์ ร่วมกับกลวิธีการเสริมต่อความคิด ก่อนเรียนและหลังเรียน 2) เปรียบเทียบความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบปกติ กับกลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาที่มีโครงสร้างไม่สมบูรณ์ ร่วมกับกลวิธีการเสริมต่อความคิด 3) ศึกษาพัฒนาการของความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาที่มีโครงสร้างไม่สมบูรณ์ ร่วมกับกลวิธีการเสริมต่อความคิด กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดราชบพิธ กรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 72 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง จำนวน 40 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองคือ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาที่มีโครงสร้างไม่สมบูรณ์ร่วมกับกลวิธีการเสริมต่อความคิด และแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้วิธีแบบปกติ ที่ครอบคลุมเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อสมการ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณฉบับก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบสังเกตพัฒนาการความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (s) ทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ตามลำดับ ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนกลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาที่มีโครงสร้างไม่สมบูรณ์ร่วมกับกลวิธีการเสริมต่อความคิด มีความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักเรียนกลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาที่มีโครงสร้างไม่สมบูรณ์ร่วมกับกลวิธีการเสริมต่อความคิด มีความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สูงกว่า นักเรียนกลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนกลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาที่มีโครงสร้างไม่สมบูรณ์ร่วมกับกลวิธีการเสริมต่อความคิด มีพัฒนาการของความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นตามลำดับ
Other Abstract: The purposes of this research were 1) To compare critical thinking ability of ninth grade students before and after being taught by organizing mathematics learning activity using ill-structured problem solving process. 2) To compare critical thinking ability of ninth grade students between groups being taught by organizing mathematics learning activity using conventional approach and using ill-structured problem solving process. 3) To study the development of critical thinking ability of ninth grade students being taught by organizing mathematics learning activity using ill-structured problem solving process. The subjects were ninth grade students of Wat Rajabopit School in Bangkok, Thailand. In the second semester of the academic year 2016. There were 72 students and divided into two groups were 40 students in an experimental group and 32 students in control group. The instruments used in the experiment constructed by the research consisted of lesson plans being taught by using ill-structured problem solving process and lesson plans being taught by conventional approach which content inequality for ninth grade. The data collection instruments include tests of critical thinking ability pre-test, post-test and observation of the development of critical thinking ability. The data were analyzed by arithmetic mean, standard deviation, t-test and content analysis respectively. The results of the research revealed that : 1) The critical thinking ability of ninth grade students after being taught by organizing mathematics learning activity using ill-structured problem solving process were higher than those of students before being taught at .05 level of significance. 2) The critical thinking ability of ninth grade students being taught by organizing mathematics learning activity using ill-structured problem solving process were higher than those of students being taught by using conventional approach at .05 level of significance. 3) The critical thinking ability of ninth grade students being taught by organizing mathematics learning activity using ill-structured problem solving process were developed in positive direction.
Description: วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559
Degree Name: ครุศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: การศึกษาคณิตศาสตร์
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/55144
Type: Thesis
Appears in Collections:Edu - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
5783455627.pdf8.48 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.