Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/58495
Title: การปรับปรุงกระบวนการควบคุมคุณภาพของแผ่นวงจรพิมพ์แบบยืดหยุ่นด้วยหลักการวิเคราะห์รูปแบบของความเสียหายและผลกระทบ
Other Titles: Quality Control Process Improvement of Flexible Printed Circuit Board by FMEA
Authors: ศิวพร กระแสผล
Advisors: ปารเมศ ชุติมา
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
Advisor's Email: Parames.C@Chula.ac.th,Parames.C@Chula.ac.th
Issue Date: 2560
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: งานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงกระบวนการควบคุมคุณภาพ ของการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์แบบยืดหยุ่น (Flexible Printed Circuit Board, FPCB) รุ่น 7-Flex เพื่อลดสัดส่วนของเสียที่ถูกตรวจพบในกระบวนการตรวจสอบสุดท้าย (Final Inspection) เนื่องจากมีของเสียจำนวนมากถูกพบในกระบวนการตรวจสอบนี้และมีโอกาสที่ของเสียเหล่านั้นจะถูกส่งมอบไปถึงลูกค้า การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการควบคุมคุณภาพการผลิต โดยการเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบระหว่างกระบวนการผลิตหรือเพิ่มการสุ่มตรวจสอบผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตที่มีโอกาสก่อให้เกิดของเสียหรือข้อบกพร่อง กระบวนการผลิตวิกฤตนี้จะถูกวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์รูปแบบของความเสียหายและผลกระทบ (FMEA) เพื่อหารูปแบบความเสียหายที่มีโอกาสเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนการผลิต และหาวิธีการควบคุมหรือเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบ การลดสัดส่วนของเสียในรูปของผลิตภัณณ์สุดท้าย ซึ่งจะสามารถลดสัดส่วนของเสียของงานในกระบวนการผลิต โดยการตรวจพบข้อบกพร่องบนงานในกระบวนการผลิต และสามารถหาความผิดปกติของกระบวนการผลิตได้ จะสามารถแก้ปัญหาได้ทันเวลา กระบวนการควบคุมคุณภาพภายหลังการปรับปรุง ถูกนำมาใช้กับสายการผลิตรุ่น 7-Flex ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 ถึงกันยายน พ.ศ. 2560 ผลจากการใช้กระบวนการควบคุมคุณภาพแบบใหม่ ทำให้ค่าเฉลี่ยสัดส่วนของเสีย (Defective rate) ลดลงจากร้อยละ 6.08 เป็น 1.01 และค่าเฉลี่ยสัดส่วนการปฏิเสธล็อท (Lot Reject Rate, LRR) ลดลงจากร้อยละ 4.78 เป็น 2.10 นอกจากนี้ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการทิ้งงานได้กว่า 40,000,000 บาทต่อเดือน
Other Abstract: This research focuses on the quality control process improvement of Flexible Printed Circuit Board (FPCB), centred around model 7-Flex, by using Failure Mode and Effect Analysis (FMEA) method to decrease proportion of defective finished goods that are found at the final inspection process. Due to a number of defective units that were found at the final inspection process, high scraps may be escaped to customers. The quality control process has to be improved by setting inspection gates and IPCQs at critical processes in order to filter the defective products. The critical processes are analyzed by the FMEA method. IPQC is used for detecting defective products and reducing chances of defective finished goods escaped to the customers. The improved quality control was implemented for 7-Flex production lines from July 2017 to September 2017. The study result in the decreasing of the average proportion of defective finished goods and the average of Customer Manufacturers Lot Reject Rate (%LRR of CMs) from 6.08% and 4.78% to 1.01% and 2.10%, respectively. Furthermore, cost saving of this quality control process equals to 40,000,000 Baht/month.
Description: วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2560
Degree Name: วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: วิศวกรรมอุตสาหการ
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/58495
Type: Thesis
Appears in Collections:Eng - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
5970964721.pdf7.17 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.