Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/60722
Title: TEACHERS’ ROLES IN ORGANIZING AESTHETIC EXPERIENCES FOR PRESCHOOLERS IN SCHOOLS UNDER THE OFFICE OF THE BASIC EDUCATION COMMISSION
บทบาทครูในการจัดสุนทรียประสบการณ์สำหรับเด็กวัยอนุบาลในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Advisors: Sasilak Khayankij
ศศิลักษณ์ ขยันกิจ
Other author: Chulalongkorn University. Faculty of Education
Subjects: AESTHETIC EXPERIENCE, TEACHERS’ ROLES, PRESCHOOLERS
Issue Date: 2560
Publisher: Chulalongkorn University
Abstract: The purpose of this research was to study teachers’ roles in organizing aesthetic experiences for preschoolers in schools under the Office of the Basic Education Commission in 3 aspects: 1) being aesthetic role model 2) arranging contexts and 3) organizing activities. The samples were 400 preschool teachers in schools under the Office of the Basic Education Commission from 4 regions of Thailand. There were four sets of research tools- a questionnaire, a semi-interview, an observation form, and a survey. The data were analyzed by using frequency, mean, percentage, standard deviation, and content analysis. The research findings were as follows: Teachers’ roles in organizing aesthetic experiences were at a high level. The highest performance of teacher was being aesthetic role model, followed by organizing activities, and arranging contexts, respectively. 1) Being aesthetic role model: preschool teachers were aesthetic role model in thinking and feeling by listening to the music, enjoying the scenery and realizing individual differences of each child. Being aesthetic role model in expression was achieved by dressing appropriately, having a sense of humour, being enthusiastic, and in calmly helping children through difficult situations. This included speaking clearly with a neutral voice but often using louder voice in order to control the class. 2) Arranging contexts: preschool teacher arranged contexts by decorating their classrooms based on their children’s interests, the classroom decoration's relevance to the lesson units, using art materials, children’s works and equipment. They also arranged the clear and multi-purpose spaces in classrooms. Materials in classrooms were provided by schools, so the lack of variety in both materials and furniture due to limited budgets and inability to apply local materials. 3) Organizing activities: preschool teachers organized varied experiences by taking them outside (e.g.to gardens). Limitations were found in organizing various kinds of art activities due to the lack of experiences and understanding in organizing art activities including limited time in materials preparation. Preschool teachers responded to children’s expression by admiring and encouraging the differences in children’s work and creations. However, systematic assessment in the area of aesthetic development as well as recording of children’s learning behaviors and dialogue were missing.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทครูในการจัดสุนทรียประสบการณ์สำหรับเด็กวัยอนุบาลในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใน 3 ด้าน ได้แก่ การเป็นแบบอย่างทางสุนทรียะการเป็นผู้จัดบริบท และการเป็นผู้จัดกิจกรรม ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูอนุบาล จำนวน 400 คน ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จาก 4 ภูมิภาค เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามแบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต และแบบสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ครูอนุบาลมีบทบาทในการจัดสุนทรียประสบการณ์สำหรับเด็กอนุบาลอยู่ในระดับมาก โดยการเป็นแบบอย่างทางสุนทรียะ มีค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติสูงที่สุด รองลงมา คือ การเป็นผู้จัดกิจกรรม และการเป็นผู้จัดบริบทตามลำดับ เมื่อพิจารณารายละเอียดแต่ละด้าน พบว่า 1) ด้านการเป็นแบบอย่างทางสุนทรียะ ครูอนุบาลเป็นแบบอย่างทางความคิดความรู้สึก โดยการฟังเพลง ชมวิวทิวทัศน์รอบตัว มองเห็นถึงความแตกต่างของเด็กรายบุคคล และครูอนุบาลเป็นแบบอย่างทางการแสดงออก โดยการแต่งกายเรียบร้อยและถูกต้องตามกาลเทศะ มีอารมณ์ขัน ร่าเริง นำพาให้เด็กก้าวข้ามสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดด้วยใจที่สงบเย็น สื่อสารผ่านพูดด้วยน้ำเสียงธรรมชาติแต่มักใช้เสียงดังเมื่อต้องการควบคุมชั้นเรียน 2) ด้านการเป็นผู้จัดบริบท ครูอนุบาลจัดสภาพแวดล้อมให้มีสุนทรียะ โดยตกแต่งห้องเรียนให้สอดคล้องกับเนื้อหาหรือความสนใจของเด็ก ด้วยอุปกรณ์ศิลปะ ผลงานเด็ก และของใช้มากที่สุด รวมถึงจัดพื้นที่โล่งกว้างบริเวณตรงกลางของห้องเรียนเพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่หลากหลาย และครูอนุบาลจัดเตรียมสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจ โดยใช้สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ตามที่โรงเรียนจัดสรรให้ ซึ่งยังขาดคุณภาพและความหลากหลายเนื่องจากติดปัญหาด้านงบประมาณและการประยุกต์ใช้สื่อจากท้องถิ่น 3) ด้านการเป็นผู้จัดกิจกรรม ครูอนุบาลจัดประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยการพาเด็กออกไปเดินเล่นชมธรรมชาตินอกห้องเรียน พบข้อจำกัดในการจัดกิจกรรมศิลปะแขนงต่าง ๆ ที่หลากหลาย เนื่องจากขาดประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมศิลปะ รวมทั้งไม่มีเวลาในการจัดเตรียมสื่อ และครูอนุบาลตอบสนองต่อการแสดงออกของเด็ก โดยการชื่นชมและให้กำลังใจเด็กที่แสดงออกหรือสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่าง แต่ยังขาดการประเมินพัฒนาการทางสุนทรียะอย่างเป็นระบบ ไม่พบการจดบันทึกพฤติกรรมหรือคำพูดเด็กขณะทำกิจกรรม
Description: Master of Education (M.Ed.)
ครุศาสตรมหาบัณฑิต (ค.ม.)
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/60722
Type: Thesis
Appears in Collections:FACULTY OF EDUCATION

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
5883402427.pdf6.89 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.