Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6614
Title: ความคิดเห็นของนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) ที่มีต่อวิชาพลศึกษา
Other Titles: The opinion of Chulalongkorn University Demostration School students (secondary education) toward physical education
Authors: วิสนศักดิ์ อ่วมเพ็ง
Email: ไม่มีข้อมูล
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
Subjects: โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) -- นักเรียน
พลศึกษา -- การศึกษาและการสอน
ครูพลศึกษา
Issue Date: 2530
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้มี 4 ข้อคือ 1. เพื่อศึกษาทัศนคติของนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) ที่มีต่อวิชาพลศึกษา 2. เพื่อเปรียบเทียบทัศนคติทางพลศึกษาของนักเรียนชายกับนักเรียนหญิงโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) 3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) ที่มีต่อวิชาพลศึกษา 4. เพื่อสำรวจความสนใจและความต้องการของนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) ที่มีต่อประเภทของกิจกรรมพลศึกษา วิธีดำเนินการวิจัย: ผู้วิจัยได้นำแบบสอบถามความคิดเห็นนักเรียนที่มีต่อวิชาพลศึกษาในด้านต่าง ๆ และมาตรวัดทัศนคติทางพลศึกษาไปใช้กับนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) ได้ข้อมูลกลับคืนจำนวน 961 คน จากจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 1,111 คน คิดเป็นร้อยละ 86.50 ของนักเรียนทั้งหมด นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว และทดสอบภายหลังโดยใช้วิธีของเชฟเฟ่ ผลของการวิจัยได้นำเสนอในรูปตารางประกอบการอธิบาย ผลการวิจัย: 1. นักเรียนชายกับนักเรียนหญิงโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) มีคะแนนทัศนคติทางพลศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้และพบว่าทัศนคติของนักเรียนชายดีกว่านักเรียนหญิง 2. นักเรียนชายมีความต้องการและสนใจในกิจกรรมพลศึกษามากที่สุด คือ ฟุตบอล รองลงมาคือ บาสเกตบอล 3. นักเรียนหญิงมีความต้องการและสนใจในกิจกรรมพลศึกษามากที่สุด คือ แบดมินตัน รองลงมาคือ บาสเกตบอล
Other Abstract: The purpose of this research was four fold ; first, to study the student's attitude of Chulalongkorn University Demonstration School (secondary education) toward physical education, secondary, to compare the attitude between mal and female students of Chulalongkorn University Demonstration School (secondary education) toward physical education, thirdly, to study the opinion of Chulalongkorn University Demonstration School students (secondary education) toward physical education and , fourthly, to survey the interest and the need of Chulalongkorn University Demonstration School students (secondary education) toward the kind of physical education activities. Procedures: The researcher utilized the data of 961 students from Chulalongkorn University Demonstration School in academic year B.E. 2530 or 86.50 percent of the total of 1,111 students for computation by percentage, arithmetic means, standard deviation, t-test one-way analysis of Variance and comparison test by Scheffe's method. Research result was presented in the table and descriptive explanation. Findings: 1. The attitude of male and female students toward physical education is significantly difference at .05 level. It is not follow to the hypothesis establishing and point out that male students has attitude better than female students. 2. The first physical education activity that male students need and interest inn playing is soccer and basketball sequently. 3. The first physical education activity that female students need and interest in playing is badminton and basketball sequently.
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6614
ISBN: 9745764752
Type: Technical Report
Appears in Collections:Edu - Research Reports

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
Wisonsak(Opinion).pdf16.42 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.