Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11221
Title: การวิเคราะห์ศักยภาพในการแข่งขันของ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ของไทย
Other Titles: An analysis of competition potential for auto parts industry in Thailand
Authors: ประวิตร พานชูวงศ์
Advisors: ไพฑูรย์ วิบูลชุติกุล
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Advisor's Email: Paitoon.W@Chula.ac.th
Subjects: อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ -- ไทย
การค้าระหว่างประเทศ
Issue Date: 2540
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: ศึกษาถึงการค้าและการผลิตของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ ของไทยและในตลาดโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งศึกษาถึงความสามารถหรือศักยภาพ ในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศของชิ้นส่วนรถยนต์ของไทย โดยดูจากส่วนแบ่งตลาดและความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ ตลอดจนปัญหาทางด้านการผลิตและการส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ เพื่อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค์ต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถหรือศักยภาพในการแข่งขันในอนาคต การศึกษาศักยภาพในการแข่งขันของชิ้นส่วนรถยนต์ของไทย ได้แยกชิ้นส่วนรถยนต์ทั้งหมดออกเป็น 5 ประเภท คือ ยางรถยนต์ใหม่สำหรับรถยนต์นั่ง ยางรถยนต์ใหม่ สำหรับรถโดยสารหรือรถบรรทุก แบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้าของรถยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ และได้ใช้ดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบที่ปรากฏ (Revealed Comparative Advantage : RCA) เป็นตัววัดถึงความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ ของชิ้นส่วนรถยนต์แต่ละประเภท ร่วมกับส่วนแบ่งตลาด ในตลาดส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ที่สำคัญของไทย 3 อันดับแรก และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งที่สำคัญของไทยอีก 8 ประเทศ ในแต่ละตลาดส่งออก ผลของการศึกษาพบว่า ตลาดส่งออกยางรถยนต์ใหม่สำหรับรถยนต์นั่งของไทย 3 อันดับแรกคือ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพ ในการแข่งขันในทั้ง 3 ตลาด เนื่องจากในตลาดเกาหลีใต้ ส่วนแบ่งตลาดของไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ตลาดเกาหลีใต้น่าจะเป็นตลาดที่ควรผลักดัน ให้มีการส่งออกยางรถยนต์ใหม่สำหรับรถยนต์นั่งมากขึ้น ตลาดส่งออกยางรถยนต์ใหม่สำหรับรถโดยสารหรือรถบรรทุกของไทย 3 อันดับแรกคือ สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ และสหราชอาณาจักร ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดฟิลิปปินส์ แต่ไม่มีศักยภาพในการแข่งขัน ตลาดสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเนื่องจากในตลาดฟิลิปปินส์ ส่วนแบ่งตลาดของไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ตลาดฟิลิปปินส์น่าจะเป็นตลาดที่ควรผลักดัน ให้มีการส่งออกยางรถยนต์ใหม่สำหรับรถโดยสารหรือรถบรรทุกมากขึ้น ตลาดส่งออกแบตเตอรี่ของไทย 3 อันดับแรก คือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดเกาหลีใต้ แต่ไม่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดญี่ปุ่นและฮ่องกง เนื่องจากในตลาดเกาหลีใต้ ส่วนแบ่งตลาดของไทย มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ตลาดเกาหลีใต้น่าจะเป็นตลาดที่ควรผลักดัน ให้มีการส่งออกแบตเตอรี่มากขึ้น ตลาดส่งออกอุปกรณ์ไฟฟ้าของรถยนต์ของไทย 3 อันดับแรกคือ มาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดมาเลเซีย แต่ไม่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดสิงคโปร์และฮ่องกง เนื่องจากในตลาดมาเลเซีย มูลค่าการส่องออกของไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ตลาดมาเลเซียน่าจะเป็นตลาดที่ควรมีการผลักดันให้มีการส่งออกอุปกรณ์ไฟฟ้ามากขึ้น ตลาดส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ ของไทยในอนาคต ในด้านปัญหาของการผลิตและการส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ที่สำคัญมี 2 ปัญหาคือ ปัญหาด้านราคา และปัญหาด้านคุณภาพของชิ้นส่วนที่ไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก สำหรับปัญหาแรกสามารถแก้ไขได้โดยเร่งรัดการลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ ร่วมกับการเข้าไปช่วยเหลือให้คำแนะนำและหาแหล่งเงินทุน เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้นทุนการผลิตก็จะต่ำลงจนสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ส่วนปัญหาที่สอง สามารถแก้ไขได้โดยการปรับปรุงมาตรฐานชิ้นส่วนให้ได้ระดับมาตรฐานสากลทั้งมาตรฐาน ISO 9000 นอกจากนี้ควรก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมบุคลากร และศูนย์วิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนขึ้นในประเทศ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของแรงงาน และยกระดับเทคโนโลยีของตนเองให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
Other Abstract: To study the development of trade and production of the auto parts industry in Thailand in relation to the world market, with a special emphasis on potential for competition of the industry. The thesis also suggests how to overcome problems and to improve the industry in the area of international competition. The study separates production of the auto parts industry into five categories : new types for motor cars, new tyres for bus or lorry, batteries, automotive electric equipment, and other motor vehicle parts. Revealed Comparative Advantage (RCA) indexes are computed for measuring a comparative advantage of each product category. The market share analysis is also employed to examine Thailand's competitiveness position in the top three export markets and in eight export-competing countries. Data used for the study cover the period of 1990 to 1994. This study results show that in the product group of new types for motor cars, Thailand's top three export markets were UK, Australia, and South Korea. Our analysis reveals that Thailand had competition potential in all of the three markets. Besides, both the RCA and the market share analyses indicate that South Korea should be the market with the greatest export potential in this product group. In the product group of new types for bus or lorry, Thailand's top three export markets were USA, Philippines and UK. Our analysis reveals that Thailand had competition potential in Philippines market, but competition potential was relatively weak in the US and the UK markets. Besides, both the RCA and the market share analyses indicate that Philippines should be the market with the greatest export potential in this product group. In the product group of batteries, Thailand's top three export markets were South Korea, Japan and Hong Kong. Our analysis reveals that Thailand had competition potential in South Korea market, but competition potential was relatively weak in the Japan and Hong Kong markets. Besides, both the RCA and the market share analyses indicate that South Korea should be the market with the greatest export potential in this product group. In the product group of new automotive electric equipment, Thailand's top three export markets were Malaysia, Singapore and Hong Kong. Our analysis reveals that Thailand had competition potential in Malaysia market, but competition potential was relatively weak in the Singapore and Hong Kong markets. Besides, both the RCA and the market share analyses indicate that Malaysia should be the market with the greatest export potential in this product group. In the product group of other motor vehicle parts, Thailand's top three export markets were USA, Japan, and Singapore. Our analysis reveals that Thailand did not yet have competition potential in all of the three markets. Two major problems in production and export of Thailand's auto parts industry are identified : price and quality. Improvement in both areas will enable the industry to compete on the world market. The first problem can be solved by reducing raw material import taxes. In addition, government should give advice and provide loans for auto parts producers in order in order to increase production process efficiency. Eventually, production cost will decline and Thailand's auto parts industry will be able to compete on the world market. The second problem can be solved by developing international quality standards (such as ISO 9000 and QS 9000). Besides, the government should establish an auto parts training center and an auto parts research and development center in order to increase labor skills and upgrade technology that increase the industry's international competition potential.
Description: วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540
Degree Name: เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: เศรษฐศาสตร์
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11221
ISBN: 9746383337
Type: Thesis
Appears in Collections:Grad - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
Prawit_Pa_front.pdf899.44 kBAdobe PDFView/Open
Prawit_Pa_ch1.pdf723.79 kBAdobe PDFView/Open
Prawit_Pa_ch2.pdf924.08 kBAdobe PDFView/Open
Prawit_Pa_ch3.pdf1.91 MBAdobe PDFView/Open
Prawit_Pa_ch4.pdf1.46 MBAdobe PDFView/Open
Prawit_Pa_ch5.pdf1.37 MBAdobe PDFView/Open
Prawit_Pa_ch6.pdf736.71 kBAdobe PDFView/Open
Prawit_Pa_back.pdf871.92 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.