Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/23717
Title: การเปรียบเทียบสัมฤทธิผลในการอ่านภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมปีที่สาม ที่เรียนโดยการอ่านเป็นคำกับที่เรียนตามหลักสัทศาสตร์
Other Titles: A comparison of prathom three students' achievement in English reading through look-and-say method and phonic method
Authors: มัทนา ทองใหญ่
Advisors: ปานตา ใช้เทียมวงศ์
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Subjects: การอ่านขั้นประถมศึกษา
การอ่าน
นักเรียนประถมศึกษา
Reading ‪(Elementary)‬
Reading
School children
Issue Date: 2524
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: เปรียบเทียบสัมฤทธิผลการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมปีที่สาม ที่เรียนโดยวิธีอ่านเป็นคำกับวิธีสัทศาสตร์ ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างประชากร 2 กลุ่ม ซึ่งเลือกมาจากนักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 ห้องที่ 6 ของโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายประถม) จำนวน 38 คน แล้วนำมาจับคู่ด้วยคะแนนสอบภาษาอังกฤษ ภาคต้น ปีการศึกษา 2522 เพื่อให้ได้ตัวอย่างประชากรที่มีพื้นความรู้เท่ากัน 19 คู่ ผู้วิจัยได้ดำเนินการสอนกลุ่มตัวอย่างประชากรทั้ง 2 กลุ่มด้วยวิธีอ่านเป็นคำและวิธีสัทศาสตร์ โดยทำบันทึกการสอนจากเนื้อหาในหลักสูตรของโรงเรียนใช้เวลาในการสอน 16 คาบ และฝึกทักษะในแบบฝึกซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นหลังจากสอนจบเนื้อหาที่กำหนดแล้ว ผู้วิจัยได้ทดสอบสัมฤทธิผลการอ่านของตัวอย่างประชากรกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยใช้แบบทดสอบที่สร้างขึ้นและนำคะแนนที่ได้มาทดสอบความมีนัยสำคัญโดยใช้ค่า ที ผลปรากฏว่า สัมฤทธิผลทางการอ่านของนักเรียนที่เรียนโดยวิธีอ่านเป็นคำไม่แตกต่างกับนักเรียนที่เรียนโดยวิธีสัทศาสตร์ ดังนั้นจึงไม่ยอมรับสมมติฐานที่ว่า สัมฤทธิผลในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 ที่เรียนตามหลักสัทศาสตร์จะสูงกว่าที่เรียนโดยการอ่านเป็นคำ
Other Abstract: To compare the achievement scores in English word reading of Prathom Three Students, through Look-and-Say Method and Phonic Method. Procedure: The sampled population, consisting of 38 students from third grade Chulalongkorn University Demonstration School (Elementary) was matched by using the mid-term English Examination scores. Both control and experimental groups were taught by the researcher herself by using look-and-say method and phonic method respectively. The researcher made a 16 period modules lesson plan based on the subject matter taken from the school syllabus. During the experiment, the exercises designed by the researcher were added after each lesson to practice reading skill. At the completion of the 16 lessons both experimental and control groups were given the reading achievement test constructed by the researcher with experts’ consultation. The obtained scores were then analyzed by using t-test to compare the differences between the effectiveness of two teaching methods. Finding: There was no significant difference in the reading achievement scores of both control and experimental groups. Therefore, the hypothesis was rejected.
Description: วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2524
Degree Name: ครุศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: ประถมศึกษา
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/23718
Type: Thesis
Appears in Collections:Grad - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
Mattanak_To_front.pdf425.57 kBAdobe PDFView/Open
Mattanak_To_ch1.pdf560.91 kBAdobe PDFView/Open
Mattanak_To_ch2.pdf1.29 MBAdobe PDFView/Open
Mattanak_To_ch3.pdf354.12 kBAdobe PDFView/Open
Mattanak_To_ch4.pdf240.96 kBAdobe PDFView/Open
Mattanak_To_ch5.pdf357.53 kBAdobe PDFView/Open
Mattanak_To_back.pdf1.57 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.