Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/240
Title: ผู้ดูแลบุตรวัย 3-5 ปี ของสตรีในเขตเมืองและเขตชนบทของประเทศไทย
Other Titles: Child care among children aged 3-5 in urban and rural of Thailand
Authors: เกื้อ วงศ์บุญสิน
อัจฉรา เอ๊นซ์
Email: kua.w@chula.ac.th
Achara.E@chula.ac.th
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สถาบันประชากรศาสตร์
Subjects: เด็ก--การดูแล--ไทย
สตรี--ไทย
ผู้ดูแลเด็ก--ไทย
Issue Date: 2539
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: การศึกษาเรื่องผู้ดูแลบุตรวัย 3-5 ปี ของสตรีไทยในเขตเมืองและเขตชนบทนอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงรูปแบบของผู้ดูแลบุตรวัย 3-5 ปี แล้วยังมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของตัวแปรทางเศรษฐกิจ สังคม และประชากรที่มีต่อแบบแผนการดูแลบุตรวัยดังกล่าว ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์เป็นข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการสำรวจสถิติสังคมเกียวกับเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2535 ซึ่งดำเนินการโดยกองสถิติสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ ในเดือนพฤษภาคม 2535 กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือบุตรอายุ 3-5 ปี ในปีการศึกษา 2534 ที่มีบิดามารดาอาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกันและบิดามารดาเป็นหัวหน้าครัวเรือนหรือคู่สมรสของหัวหน้าครัวเรือน และมีสถานภาพสมรสกำลังสมรส จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 2,701 ราย ปัจจัยทางประชากร สังคมและเศรษฐกิจที่ใช้ในการศึกษา เพื่อหาความสัมพันธ์กับแบบแผนการดูแลบุตรนั้นได้แก่ ภาคที่อยู่อาศัย จำนวนสมาชิกในครัวเรือน อายุของบิดามารดา การศึกษาของบิดาและมารดา อาชีพของบิดาและมารดา สถานภาพการทำงานของบิดารและมารดา ทั้งนี้ได้ใช้การวิเคราะห์แบบตารางไขว้และตรวจสอบความสัมพันธ์ด้วยสถิติไคสแควร์ ผลการศึกษาปรากฏว่า ทั้งในเขตเมืองและชนบท บุตรอายุ 3-5 ปี มีบิดามารดาเป็นผู้ดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมากกว่า 3 ใน 4 ในเขตชนบท ขณะที่เขตเมือง ประมาณครึ่งหนึ่งของบุตรมีบิดามารดาเป็นผู้ดูแลและประมาณร้อยละ 40 ของบุตรกำลังเรียนโดยส่วนใหญ่เรียนอยู่ในระดับอนุบาลหรือเด็กเล็ก ซึ่งพบอีกด้วยว่าในเขตเมืองประมาณ 3 ใน 4 ของบุตรที่กำลังเรียนนั้น เรียนในโรงเรียนเอกชน แต่เขตชนบทประมาณร้อยละ 60 เรียนในโรงเรียนรัฐบาล ตัวแปรต่าง ๆ ที่ศึกษามีความสัมพันธ์กับผู้ดูแลบุตรอายุ 3-5 ปี ทั้งในเขตเมืองและเขตชนบทอย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนสมาชิกในครัวเรือนกับผู้ดุแลบุตรในเขตเมือง นอกจากนี้เมื่อนำอายุบุตรมาร่วมพิจารณาด้วย พบว่าโดยส่วนใหญ่ยังคงความสัมพันธ์ในลักษณะเดิม แต่สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของปัจจัยอื่นที่มีผลต่อบุคคลที่จะทำหน้าที่ดูแลบุตรอายุ 3-5 ปีว่าจะเป็นบุคคลใด ข้อค้นพบจากการศึกษานี้ชี้ให้เห็นความจำเป็นของการเตรียมสถานบริการดูแลเด็กอายุ 3-5 ปี เช่น ในรูปของโรงเรียนอนุบาย โดยต้องมีการดูแลควบคุมให้กระจายอย่างทั่งถึงทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่บิดามารดาจะต้องรับผิดชอบ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพของเด็ก และเป็นการส่งเสริมให้บิดามารดาสามารถประกอบอาชีพได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้การวิจัยในเรื่องนี้ควรมีการดำเนินการต่อไปโดยเพิ่มปัจจัยอื่น ๆ เข้าร่วมในการศึกษา
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/240
ISBN: 9746351702
Type: Technical Report
Appears in Collections:Pop - Research Reports

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
Kua_takecare.pdf6.74 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.