Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/26617
Title: กลยุทธ์การสื่อสารด้านการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social media) ของธุรกิจอาคารชุดกรณีศึกษา บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
Other Titles: Communicative strategies in marketing via social media : a case study of The Sansiri Public Company Limited and The Asian Property Development Public Company Limited
Authors: ศรัญญา รัตนจงกล
Advisors: มานพ พงศทัต
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
Advisor's Email: ไม่มีข้อมูล
Subjects: บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
การสื่อสารทางการตลาด
สื่อสังคมออนไลน์
พฤติกรรมผู้บริโภค
โฆษณาทางอินเตอร์เน็ต
Issue Date: 2554
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์แนวทางด้านการตลาด ด้านการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และ ศึกษาพฤติกรรม การรับรู้ และทัศนคติ ของกลุ่มเป้าหมายโครงการอาคารชุด ที่มีต่อสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัทผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ที่มีหน้าที่ในการดูแลระบบการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ผลการวิจัยพบว่า บริษัทแสนสิริ ต้องการเป็นผู้นำด้านช่องทางการสื่อสารในโลกออนไลน์ ซึ่งมองว่าเป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้สะดวกและรวดเร็ว โดยใช้กลยุทธ์การตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ( Social Media Network Marketing) เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์และเพื่อให้เกิดการรับรู้ตราสินค้า (Brand Awareness) กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ตรงกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของบริษัท ซึ่งอนาคตคนกลุ่มนี้มีโอกาสซื้ออาคารชุดมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในอนาคต ส่วน บริษัท เอเชี่ยน พร๊อพเพอร์ตี้ นำสื่อสังคมออนไลน์ มาใช้เพื่อการสนับสนุน (Support) แต่ละโครงการ วัตถุประสงค์หลักของการนำสื่อสังคมออนไลน์มาใช้นั้นจะใช้เพื่อเป็นการแชร์ไลฟ์สไตล์แบบที่บริษัทต้องการให้สะท้อนถึงตราสินค้า (Brand) ของบริษัท ทั้งภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัยและความมีเทคโนโลยี สื่อสังคมออนไลน์ ที่มีผลต่อการรับรู้มากที่สุด คือ เฟสบุ๊ค (Facebook) ในส่วนของพฤติกรรม ด้านการรับรู้ และทัศนคติ ต่อการรับรู้สื่อการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ต่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามพบเห็นโฆษณาอาคารชุดจากสื่อสังคมออนไลน์ จากเฟสบุ๊คมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 72.9 ลูกค้าชอบเว็บไซด์เครือข่ายสังคมออนไลน์ อาคารชุดบริษัท แสนสิริ มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 40.5 มีวัตถุประสงค์ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์เพื่อหาข้อมูลโครงการมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 91.5 สื่อสังคมออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อโครงการของผู้ตอบแบบสอบถามในระดับ 3 (ปานกลาง)มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 58.3 สื่อสังคมออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากที่สุดคือ เฟสบุ๊ค คิดเป็นร้อยละ 64.4 ธุรกิจอาคารชุดควรมีการนำเสนอข้อมูลการส่งเสริมการขายผ่านทางสื่อโฆษณาเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอเพื่อดึงความสนใจของลูกค้าและสามารถกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าให้เร็วและง่ายขึ้นและยังสามารถทำการตลาดได้สูงกว่าคู่แข่ง ซึ่งการส่งเสริมการตลาดควรทำอย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการสื่อสารผ่านทางสังคมออนไลน์มีการขยายตัวที่สูงมากอันเนื่องจากสื่อสังคมออนไลน์เองเริ่มมีความหลากหลายจากการแข่งขันมากขึ้น และจากการศึกษายังพบว่าผู้ใช้บริการสื่อสังคมออนไลน์มีเพื่อนที่ติดต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์มากกว่าเพื่อนที่พบเจอกันจริงๆ ซึ่งสืบเนื่องมาจากสภาพสังคมของคนในเมืองที่เปลี่ยนไปนั่นเอง นอกจากนี้รูปแบบการนำเสนอโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ควรมีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าธุรกิจอาคารชุดที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
Other Abstract: The objectives of this research were (1) to study the marketing strategies of two real estate developers (San Siri Plc. and Asian Property Plc.) using social media, (2) to investigate customer behavior, perceptions and attitudes about social media. The research method included interviews with social media staff. The results show the San Siri aspires to be a leader in the use of social media for marketing. San Siri believes social media is the most effective marketing tool to gain access to its target customers, as well as creating brand awareness for the younger generation. Asian property developers use social media, the most effective of which is Facebook, as a support tool and to promote the brand recognition of the company. It was found that real estate customers encounter condominium advertising 72.9 percent of the time from Facebook. 40.5% of customers like San Siri’s condominium advertising while 91.5% use social media to find project information. Social media has a moderate effect (58.3%) on customers, with Facebook having the most influence (64.4%) on their decision making. Condominium corporations can draw customers’ attention by regularly promoting services and products via social media. Such media can even speed up customers’ decision making process. Social network marketing can add a competitive edge and is versatile for marketing purposes. Furthermore, this study shows that, as a result of life style changes, social media users tend to contact their social media friends more often than they do in person. Social media is therefore a suitable tool for the rapidly changing condominium market.
Description: วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554
Degree Name: เคหพัฒนศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/26617
URI: http://doi.org/10.14457/CU.the.2011.2004
metadata.dc.identifier.DOI: 10.14457/CU.the.2011.2004
Type: Thesis
Appears in Collections:Arch - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
sarunya_ra.pdf2.48 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.