Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/32306
Title: การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมทางการศึกษานอกระบบโรงเรียน ตามแนวคิดการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา และการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะในการปฏิบัติงานของข้าราชการสายงานกำลังพลกองทัพอากาศ
Other Titles: Development of a non-formal education training model based on the concepts of constructionism and self-directed learning to enhance functional competencies of personnel officers in the Royal Thai Air Force
Authors: จรัสศรี จินดารัตนวงศ์
Advisors: อาชัญญา รัตนอุบล
วิศนี ศิลตระกูล
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
Advisor's Email: archanya@gmail.com
wisanee@nfe.go.th
Subjects: กองทัพอากาศไทย
การศึกษานอกระบบโรงเรียน
การฝึกอบรม
ทฤษฎีสรรคนิยม
การเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง
สมรรถนะ
ข้าราชการ -- การฝึกอบรม
การศึกษาแบบสามัตถิยฐาน
Royal Thai Air ForceRoyal Thai Air Force
Non-formal education
Training
Constructivism ‪(Education)‬
Self-directed learning
Performance
Public officers -- Training of
Competency-based education
Issue Date: 2553
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพ ปัญหา ความต้องการในการฝึกอบรมตามแนวคิดการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา และการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองในการเสริมสร้างสมรรถนะ ในการปฏิบัติงานของข้าราชการสายงานกำลังพลกองทัพอากาศ 2) พัฒนารูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการสร้างสรรค์ด้วยปัญญาและการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง ในการเสริมสร้างสมรรถนะในการปฏิบัติงานของข้าราชการสายงานกำลังพลกองทัพอากาศ 3) ศึกษาผลของการใช้รูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา และการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองในการเสริมสร้างสมรรถนะ ในการปฏิบัติงานของข้าราชการสายงานกำลังพลกองทัพอากาศ และ 4) ศึกษาปัจจัย เงื่อนไข และปัญหาที่เกิดจากการใช้รูปแบบการฝึกอบรมตามแนวคิดการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา และการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองในการเสริมสร้างสมรรถนะ ในการปฏิบัติงานของข้าราชการสายงานกำลังพลกองทัพอากาศ เป็นการวิจัยเชิงพัฒนาและการวิจัยแบบกึ่งทดลองในกำลังพลกองทัพอากาศ ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการพัฒนาขีดสมรรถนะข้าราชการสายงานกำลังพลด้วยการฝึกอบรมในสมรรถนะ 3 ด้าน คือ การเรียนรู้ด้วยการนำตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้านทักษะการสื่อสารถ่ายทอด ด้านการตัดสินใจและแก้ปัญหา 2) รูปแบบการฝึกอบรม “N-GRaDE with ITALIC Model” มี 5 ขั้นตอน คือ 1. วินิจฉัยความต้องการเรียนรู้ 2. กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ 3. แหล่งทรัพยากร 4. ตัดสินใจเลือก และ 5. ประเมินผล 3) ผลการฝึกอบรมรูปแบบใหม่ที่สร้างขึ้นสามารถเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ทั้ง 3 สมรรถนะ โดยพบว่า คะแนนเฉลี่ยสมรรถนะกลุ่มทดลองหลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนเข้ารับการฝึกอบรม อย่างมีนัยสำคัญที่ .01 และคะแนนเฉลี่ยสมรรถนะหลังการฝึกอบรม 3 เดือนของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญที่ .01 รวมถึงพบว่า มีความคงอยู่ของสมรรถนะในกลุ่มทดลองหลังการฝึกอบรม 3 เดือน และ 4) ปัจจัยส่งเสริมความสำเร็จในการฝึกอบรม ได้แก่ วัฒนธรรมองค์กร ผู้นำและรูปแบบการเรียนรู้ เงื่อนไขในการฝึกอบรม ได้แก่ รูปแบบการฝึกอบรมและผู้เรียน ปัญหาที่เกิดจากการใช้รูปแบบการฝึกอบรม ได้แก่ จำนวนแบบสอบถามมีมาก ระยะเวลาฝึกอบรมนาน และการต่อยอดความรู้
Other Abstract: The purposes of this study were 1) to analyze problems and find out the training needs for developing a new training model of non-formal education to enhance functional competencies of personnel in the Royal Thai Air Force, 2) to develop a training model of Non-formal education based on the concepts of constructionism and self-directed learning to enhance competencies of personnel officers in the Royal Thai Air Force, 3) to implement a training model of Non-formal education based on the concepts of constructionism and self-directed learning to enhance functional competencies of personnel officers in the Royal Thai Air Force, and 4) to study factors and conditions of using a training model of non-formal education based on the concepts of constructionism and self-directed learning to enhance functional competencies of personnel in the Royal Thai Air Force. This study based on the design of research and development and a quasi-experiment via purposive sampling techniques in personnel officers in the Royal Thai Air Force. The major findings were as follows 1) Training need for functional competencies development were self-directed learning, communication skill and decision making. 2) The training model of non-formal education was “N-GRaDE with ITALIC Model” consisted of 5 steps 1. Need analysis 2. Goal setting 3. Resources 4. Decision method and 5. Evaluation. 3) The attendees in the experimental group that were using the training model now have higher functional competencies of personnel officers than before training at level .01 and have higher functional competencies than personnel officers in the control group at level .01, also. 4) The main supported factors were organizational culture and learning style, the main condition were training model and the learners the main problem were how to use training model such as questionnaires, duration in training and extended knowledge.
Description: วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553
Degree Name: ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาเอก
Degree Discipline: การศึกษานอกระบบโรงเรียน
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/32306
URI: http://doi.org/10.14457/CU.the.2010.1527
metadata.dc.identifier.DOI: 10.14457/CU.the.2010.1527
Type: Thesis
Appears in Collections:Edu - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
jarassri_ji.pdf4.56 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.