Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51996
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.advisorประภาส ปิ่นตบแต่ง-
dc.contributor.advisorพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์-
dc.contributor.authorวารุณี ณ นคร-
dc.contributor.otherจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะรัฐศาสตร์-
dc.date.accessioned2017-02-20T06:28:34Z-
dc.date.available2017-02-20T06:28:34Z-
dc.date.issued2554-
dc.identifier.urihttp://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51996-
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ร.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554en_US
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้ต้องการตอบคำถามว่าขบวนการทางสังคมในประเทศไทยมียุทธศาสตร์ในการใช้พื้นที่สื่อเพื่อนำไปสู่การสร้างพลังให้แก่ขบวนการอย่างไร โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษา 2 ประการ คือ 1. เพื่อศึกษาการสร้างพลังอำนาจของขบวนการทางสังคมผ่านการใช้พื้นที่สื่อโดยพิจารณากระบวนการทำให้พื้นที่สื่อเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวทางสังคมของขบวนการ 2. เพื่อศึกษาผลลัพธ์/พลังอำนาจที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวผ่านพื้นที่สื่อของขบวนการทางสังคมในการสร้างการสนับสนุนจากสาธารณะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยใช้ระเบียบวิธีศึกษาเชิงคุณภาพ ผ่านกรณีศึกษา 3 กรณี คือ สมาชิกสหกรณ์การเช่าซื้อที่ดินตำบลคลองโยง จังหวัดนครปฐม สมัชชาคนจนกรณีเขื่อนราษีไศลและ เครือข่ายรักษ์ทะเลกรุงเทพฯและสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบว่าผลการศึกษา พบว่า ขบวนการทางสังคมไทยสร้างพลังผ่านพื้นที่สื่อ โดยใช้ยุทธวิธีหลักในการจัดกระทำสื่อด้วยตนเอง เพื่อทำให้ประเด็นปัญหาและข้อเรียกร้องของตนมีความโดดเด่นและเข้าสู่ความสนใจของสังคมในวงกว้าง คือ การสร้างกรอบโครงประเด็นปัญหา ประกอบด้วย การสร้างกรอบโครงการวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้น การสร้างกรอบโครงแนวทางการแก้ไขปัญหา และการสร้างกรอบโครงการจูงใจ โดยขบวนการฯมี วัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารให้ผู้กำหนดนโยบายได้รับรู้ผ่านพื้นที่สาธารณะ โดยอาศัยการระดมความรู้สึกร่วมหรือความเห็นอกเห็นใจจากสาธารณชน และให้ร่วมเป็นสักขียพยานในการเคลื่อนไหวผ่านลักษณะร้องเรียน การทวงถามการแก้ไขปัญหา ตรวจสอบ และเรียกร้องให้ภาครัฐมีการดำเนินนโยบายสาธารณะอย่างใดอย่างหนึ่งen_US
dc.description.abstractalternativeThe purpose of this study is to examine the power construction of social movement using mediascape of 3 case study were : the Assembly of the Poor of Rasi Salai Dam, Conversation Network of Bangkuntien, Bangkok and Klong Yong Cooperratives. The finding show the social movement used public mediascape to broaden public support and to make an impact on policy makers by framing tactics. Mutual understanding and sympathy from the public were created in order to be the witnesses in the social movement.The condition for success of these marginal people in using the right to communicate were : 1) advanced technology and the ability to access technology, 2) the use of social networking, 3) media reform in Thailand, which has generated varied communication channels especially broadcasting and online media.en_US
dc.language.isothen_US
dc.publisherจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยen_US
dc.rightsจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยen_US
dc.subjectการสื่อสาร -- แง่สังคมen_US
dc.subjectขบวนการสังคมen_US
dc.subjectCommunication -- Social aspectsen_US
dc.subjectSocial movementsen_US
dc.subjectปริญญาดุษฎีบัณฑิตen_US
dc.titleยุทธศาสตร์การสร้างพลังผ่านพื้นที่สื่อของขบวนการทางสังคมในประเทศไทยen_US
dc.title.alternativeEmpowerment of Social Movement Through Mediascape in Thailanden_US
dc.typeThesisen_US
dc.degree.nameรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตen_US
dc.degree.levelปริญญาเอกen_US
dc.degree.disciplineรัฐศาสตร์en_US
dc.degree.grantorจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยen_US
dc.email.advisorPrapart.P@Chula.ac.th-
dc.email.advisormadpitch@yahoo.com-
Appears in Collections:Pol - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
warunee_na.pdf2.5 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.