Please use this identifier to cite or link to this item:
Title: The effectiveness of repeated doses of orally 400 mg fluconazole in the treatment of pityriasis versicolor, a randomized controlled trial
Other Titles: การศึกษาประสิทธิผลของฟลูโคนาโซขนาด 400 มิลลิกรัม ทางปากโดยการให้ซ้ำ 2 ครั้งในการรักษาโรคเกลื้อนโดยใช้รูปแบบการวิจัยชนิดการทดลองแบบสุ่มตัวอย่าง และมีตัวควบคุม
Authors: Krisada Mahotarn
Advisors: Montchai Chalaprawat
Sumitr Sutra
Jadsada Thinkhamrop
Other author: Chulalongkorn University. Faculty of Medicine
Advisor's Email:
No information provided
No information provided
Subjects: Versicolor
Pityriasis -- Drug therapy
Issue Date: 2002
Publisher: Chulalongkorn University
Abstract: Objectives: To compare the effectiveness between repeated doses of 400 mg Fluconazole and 20% Sodium thiosulfate in patients with Pityriasis versicolor. Design: Double blinded, randomized controlled trial. Setting: Bangkok skin clinic. Subjects: Ninety-seven patients with Pityriasis versicolor, enrolled in the study, while 93 patients complete the study. Intervention: The eligible patients were allocated into two groups by stratified randomization according to body area of involvement. One group received Fluconazole at day 0, 7 plus placebo solution (normal saline) for two weeks. The other group received Sodium thiosulfate for two weeks plus placebo capsulse at day 0, 7. Main outcome measurement: Cure rate in each group was assessed by both clinical and mycological cure. Results:The difference of cure rates between Fluconazole and Sodium thiosulfate groups was 26.9% (99%CI -18.0, 71.9) after adjusted for the body area of involvement. Conclusion: Thereis insufficient evidence to make conclusion that repeated doses of orally 400 mg Fluconazole is more effective in treating Pityriasis versicolor than 20% Sodium thiosulfate.
Other Abstract: วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลในการรักษาโรคเกลื้อนโดยการใช้ฟลูโคนาโซล 400 มิลลิกรัม ทางปาก โดยการให้ซ้ำสองครั้งเปรียบเทียบกับการใช้ 20% โซเดียมไธโอซัลเฟต รูปแบบการวิจัย: การทดลองทางคลินิกแบบสุ่มตัวอย่างและมีตัวควบคุม สถานที่ทำการวิจัย: สถานบำบัดโรคผิวหนังกรุงเทพ กลุ่มตัวอย่าง: ผู้ป่วยโรคเกลื้อนที่เข้าได้กับเกณฑ์การศึกษาจำนวน 97 คน ในจำนวนนี้ผู้ป่วยอยู่จนครบการศึกษา 93 คน วิธีการศึกษา: ผู้ป่วยโรคเกลื้อนที่เข้าได้กับเกณฑ์การศึกษาจะได้รับการสุ่มเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกได้รับประทานยาฟลูโคนาโซล ในวันแรกและวันที่ 7 พร้อมกับได้รับยาหลอก (น้ำเกลือ)ไปทาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ กลุ่มที่สองได้รับ 20% โซเดียมไธโอซัลเฟต ไปทาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พร้อมกับรับประทานยาหลอกในวันแรกและวันที่ 7 การวัดผล: อัตราการหายในแต่ละกลุ่มโดยประเมินจากลักษณะทางคลินิกและผลทางห้องปฏิบัติการ เมื่อครบ 4 สัปดาห์ หลังจากเริ่มต้นได้รับยา ผลการวิจัย: หลังจากควบคุมด้วยขนาดของบริเวณที่เกิดโรคบนร่างกาย ความแตกต่างระหว่างอัตราการหายในกลุ่มที่ได้รับยาฟลูโคนาโซลกับอัตราการหายในกลุ่มที่ได้รับยา โซเดียมไธโอซัลเฟต เท่ากับ 26.9 % ( 99% CI -18.0, 71.9) สรุป: มีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า การใช้ยาฟลูโคนาโซลขนาด 400 มิลลิกรัม ทางปากโดยการให้ซ้ำ 2 ครั้งมีประสิทธิผลสูงกว่า การทายา 20% โซเดียมไธโอซัลเฟต ในการรักษาโรคเกลื้อน Note Typescript (photocopy)
Description: Thesis (M.Sc.)--Chulalongkorn University, 2002
Degree Name: Master of Science
Degree Level: Master's Degree
Degree Discipline: Health Development
ISBN: 9741715641
Type: Thesis
Appears in Collections:Med - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
Krisada_Maho.pdf410.89 kBAdobe PDFView/Open

Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.