Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/55238
Title: ผลของโซเดียมไธโอซัลเฟตต่อภาวะหลอดเลือดแดงแข็งในผู้ป่วยไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือด
Other Titles: Effect Of Sodium Thiosulfate On Arterial Stiffness in End-Stage Renal Disease Patients Undergoing Chronic Hemodialysis
Authors: ดลวัฒน์ แสงพานิชย์
Advisors: ปวีณา สุสัณฐิตพงษ์
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
Advisor's Email: Paweena.S@Chula.ac.th,pesancerinus@hotmail.com,pesancerinus@hotmail.com
Subjects: หลอดเลือดแดงแข็ง
ไตวายเรื้อรัง -- ผู้ป่วย
ยา -- ผลข้างเคียง
Chronic renal failure -- Patients
Atherosclerosis
Drugs -- Side effects
Issue Date: 2559
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: ที่มาและวัตถุประสงค์: ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งเป็นตัวพยากรณ์การเจ็บป่วยและการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการฟอกเลือด และมีความสัมพันธ์กับภาวะแคลเซียมเกาะหลอดเลือด ยาโซเดียมไธโอซัลเฟตถูกนำมาใช้ชะลอภาวะแคลเซียมเกาะหลอดเลือดในผู้ป่วยกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาผลของยาต่อภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง วัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของยาดังกล่าวต่อภาวะหลอดเลือดแดงแข็งในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการฟอกเลือด วิธีการศึกษา: ผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการฟอกเลือดที่มีภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง วัดโดย Cardio-Ankle Vascular Index (CAVI) รับเลือกเข้ามา รูปแบบการศึกษาเป็นการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม สุ่มเป็นสองกลุ่ม แบ่งเป็น กลุ่มรักษา คือได้รับยาโซเดียมไธโอซัลเฟตทางหลอดเลือด ขนาด 12.5 กรัม ในชั่วโมงสุดท้ายของการฟอกเลือด 2 ครั้งต่อสัปดาห์ นาน 24 สัปดาห์ จำนวนผู้ป่วย 24 ราย และ กลุ่มควบคุม จำนวนผู้ป่วย 26 ราย ผู้ป่วยได้รับการตรวจ CAVI พลศาสตร์การไหลเวียนโลหิต ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ณ เวลาก่อนรักษา, 12 และ 24 สัปดาห์ ผลการศึกษา: ข้อมูลพื้นฐานทั้งหมดรวมทั้งภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (CAVI กลุ่มรักษา, 9.38 ± 0.94 เทียบกับ กลุ่มควบคุม, 9.44 ± 0.97) ไม่มีความแตกต่างในสองกลุ่ม ยาโซเดียมไธโอซัลเฟตสามารถลดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้ พบการลดลงของ CAVI -0.53 เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ช่วงความเชื่อมั่น 95% อยู่ที่ -1.07, 0.02 วิเคราะห์กลุ่มย่อยพบว่ามีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วยที่ไม่มีโรคเบาหวาน (P<0.05) สรุปผล: การให้ยาโซเดียมไธโอซัลเฟตในผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการฟอกเลือดนาน 24 สัปดาห์มีแนวโน้มทำให้ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งดีขึ้น ผลของยาที่สามารถลดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้อย่างมีนัยสำคัญคือ การให้ยาในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีโรคเบาหวาน ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมต่อไป
Other Abstract: Background and objectives: Arterial stiffness (AS), a strong independent predictor of survival in hemodialysis (HD) patients, is related to vascular calcification (VC). Intravenous (IV) sodium thiosulfate (STS) can delay progression of VC in HD patients. The effect of STS on AS has not been assessed in this patient population. This study is the first to evaluate the efficacy of STS on AS in HD patients. Methods: We enrolled 50 HD patients with AS measured by Cardio-Ankle Vascular Index (CAVI≥ 8) into an open-label, randomized controlled trial. Patients were allocated to receive IV STS 12.5 gram during the last hour of HD twice weekly for 24 weeks (n=24) or control group (n=26). CAVI, hemodynamics, and biochemical parameters were determined at baseline, 12 and after 24 weeks. Results: All baseline parameters including CAVI (IV STS, 9.38±0.94 vs. control, 9.44±0.97) were comparable. IV STS slightly lowered AS but insignificantly when compared with the control group (mean difference of the change of CAVI between STS and control was -0.53; 95% CI -1.07, 0.02). Significant improvement of AS was observed in those without diabetes mellitus (DM) (P<0.05). Conclusion: IV STS treatment has a trend toward improvement in AS measured by CAVI in HD patients. The subgroup results which demonstrated that ESRD patients without DM are affected differently by STS treatment are interesting and require further study for confirmation.
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559
Degree Name: วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: อายุรศาสตร์
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/55238
Type: Thesis
Appears in Collections:Med - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
5874034730.pdf1.81 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.