Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11239
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.advisorธีระพร อุวรรณโณ-
dc.contributor.authorพรพรรณ สิกขมาน-
dc.contributor.otherจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะจิตวิทยา-
dc.date.accessioned2009-09-22T06:45:56Z-
dc.date.available2009-09-22T06:45:56Z-
dc.date.issued2549-
dc.identifier.urihttp://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11239-
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549en
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของการกำกับการแสดงออกของตนและการคุกคามจาก ภาพในความคิดของผู้หญิงในด้านคณิตศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 จำนวน 116 คน รูปแบบการวิจัยเป็นแบบ 2 (การกำกับการแสดงออกของตน: สูงและต่ำ) x 2 (การจัด กระทำเรื่องสถานการณ์ในการเป็นคนส่วนน้อยของกลุ่ม: เงื่อนไขที่ผู้หญิงเป็นคนส่วนน้อยของกลุ่มและ เงื่อนไขที่สมาชิกกลุ่มเป็นเพศหญิงทุกคน) ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้หญิงที่มีการกำกับการแสดงออกของ ตนต่ำที่อยู่ในเงื่อนไขที่ผู้หญิงเป็นคนส่วนน้อยของกลุ่มได้คะแนนในการทำแบบทดสอบทางด้าน คณิตศาสตร์ด้อยกว่าผู้หญิงที่มีการกำกับการแสดงออกของตนสูงที่อยู่ในเงื่อนไขที่ผู้หญิงเป็นคนส่วน น้อยของกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2. ผู้หญิงที่มีการกำกับการแสดงออกของตนต่ำที่ อยู่ในเงื่อนไขที่สมาชิกกลุ่มเป็นเพศหญิงทุกคนได้คะแนนในการทำแบบทดสอบทางด้านคณิตศาสตร์ ไม่แตกต่างกันกับผู้หญิงที่มีการกำกับการแสดงออกของตนสูงที่อยู่ในเงื่อนไขที่สมาชิกกลุ่มเป็นเพศหญิง ทุกคน 3. ผู้หญิงที่มีการกำกับการแสดงออกของตนต่ำที่อยู่ในเงื่อนไขที่ผู้หญิงเป็นคนส่วนน้อยของกลุ่ม ได้คะแนนในการทำแบบทดสอบทางด้านคณิตศาสตร์ไม่แตกต่างกันกับผู้หญิงทีมีการกำกับการแสดงออก ของตนต่ำที่อยู่ในเงื่อนไขที่สามาชิกลุ่มเพศหญิงทุกคน 4. ผู้หญิงที่มีการกำกับการแสดงออกของตนสูง ที่อยู่ในเงื่อนไขที่ผู้หญิงเป็นคนส่วนน้อยของกลุ่มได้คะแนนในการทำแบบทดสอบทางด้านคณิตศาสตร์ ไม่แตกต่างกันกับผู้หญิงที่มีการกำกับการแสดงออกของตนสูงที่อยู่ในเงื่อนไขที่สมาชิกกลุ่มเป็นเพศหญิง ทุกคนen
dc.description.abstractalternativeThe purpose of this research was to examine the influence of self-monitoring and stereotype threat on mathematics performance of female high school students. Participants were 116 female high school students (Mathayom suksa 4-5). Analyses were conducted as a 2 (self-monitoring: high, low) X 2 (condition: minority, all female) factorial design. The results are as follows: 1. Among females in the minority condition, those who are low in self-monitoring have significantly lower mathematic performance than those who are high in self-monitoring (p < .01) 2. Among females in the all female condition, those who are low in self-monitoring do not differ significantly on mathematics performance from those who are high in self-monitoring. 3. Among the low self-monitoring females, those in the minority condition do not differ significantly on mathematics performance from those in the all female condition. 4. Among the high self-monitoring females, those in the minority condition do not differ significantly on mathematics performance from those in the all female condition.en
dc.format.extent1395592 bytes-
dc.format.mimetypeapplication/pdf-
dc.language.isothes
dc.publisherจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยen
dc.rightsจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยen
dc.subjectมโนภาพลักษณะบุคคลen
dc.subjectนักเรียนมัธยมศึกษาen
dc.subjectคณิตศาสตร์en
dc.subjectสตรีen
dc.titleอิทธิพลของการกำกับการแสดงออกของตนและการคุมคามจากภาพในความคิดต่อผลงานด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายen
dc.title.alternativeInfluences of self-monitoring and stereotype threat on mathematics performance of female high school studentsen
dc.typeThesises
dc.degree.nameศิลปศาสตรมหาบัณฑิตes
dc.degree.levelปริญญาโทes
dc.degree.disciplineจิตวิทยาสังคมes
dc.degree.grantorจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยen
dc.email.advisorTheeraporn.U@chula.ac.th-
Appears in Collections:Psy - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
Pornphan.pdf1.36 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.