Please use this identifier to cite or link to this item: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46214
Title: ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าที่ทำให้เกิดการพัฒนาเต็มศักยภาพตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร
Other Titles: FACTORS AFFECTING THE LAND USE CHANGES ALONG THE SKYTRAIN ROUTE THAT ENABLE FULL POTENTIAL DEVELOPMENT ACCORDING TO THE BANGKOK COMPREHENSIVE PLAN
Authors: ชานน กิติโสภากุล
Advisors: พรสรร วิเชียรประดิษฐ์
Other author: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
Advisor's Email: Pornsan.V@Chula.ac.th,pornsan.v@gmail.com
Subjects: การใช้ที่ดินในเมือง -- ไทย -- กรุงเทพฯ
คมนาคม -- ไทย -- กรุงเทพฯ
การพัฒนาชุมชนเมือง -- ไทย -- กรุงเทพฯ
ผังเมือง -- ไทย -- กรุงเทพฯ
Land use, Urban -- Thailand -- Bangkok
Communication and traffic -- Thailand -- Bangkok
Community development, Urban -- Thailand -- Bangkok
City planning -- Thailand -- Bangkok
Issue Date: 2557
Publisher: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Abstract: จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐจากการคมนาคมทางถนนสู่การคมนาคมทางรางหรือรถไฟฟ้า ทำให้การใช้ที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเข้าถึงสูง จึงเกิดการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชน ทั้งอาคารสำนักงาน อาคารชุดพักอาศัยหรือคอนโดมิเนียม รวมถึงพัฒนาอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่หรือห้างสรรพสินค้า เพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อผู้อยู่อาศัยบริเวณรอบสถานีรถไฟฟ้า ทำให้ความหนาแน่นของการใช้ที่ดินและราคาที่ดินสูงขึ้นตามมา อย่างไรก็ตามหากการสร้างระบบขนส่งทางรางนี้ ไม่ได้ควบคู่ไปกับการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณรอบสถานีแล้ว จะทำให้เกิดการพัฒนาที่ไม่เต็มศักยภาพ เนื่องจากยังคงหลงเหลือพื้นที่ขนาดเล็กที่ยากต่อการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาสูง หากสังเกตการพัฒนาที่เกิดขึ้นในช่วง 15 ปี ที่ผ่านมา จะพบว่าตามแนวรถไฟฟ้า จะเกิดปรากฏการณ์ที่มีแปลงที่ดินขนาดเล็กของอาคารเดิมหรือตึกแถวที่ทรุดโทรม ปะปนไปกับแปลงที่ดินขนาดใหญ่ของอาคารชุดพักอาศัยใหม่หรือคอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน ซึ่งเป็นปัญหาในปัจจุบัน งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาแนวโน้มการใช้ที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า และหาข้อเสนอแนะเพื่อให้เกิดการพัฒนาเต็มศักยภาพตามผังเมืองรวม มีระเบียบวิธีวิจัยเชิงประจักษ์ โดยศึกษาจากตัวแปรเพื่อทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดผล เพื่อศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และค้นหาสาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูล เพื่อการประมวลและการวิเคราะห์ผล การวิเคราะห์ผล ใช้การเปรียบเทียบแผนที่การใช้ที่ดิน พ.ศ. 2545 พ.ศ.2551 พ.ศ.2557 วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงและไม่เปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินโดยเน้นทางด้านกายภาพและเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับการสร้างอาคารสูงและกรรมสิทธิ์แปลงที่ดินเป็นสำคัญ เพื่อนำมาวิเคราะห์การพัฒนาเต็มศักยภาพตามผังเมืองรวม พ.ศ. 2549 เปรียบเทียบกับพื้นที่ศึกษา ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะของแปลงที่ดินเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยขึ้นอยู่กับขนาดและรูปร่างของแปลงที่ดินเป็นหลัก ซึ่งจากการศึกษา แปลงที่ดินที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงสูง คือ แปลงที่ดินมีกรรมสิทธิ์เดียว ทั้งที่เป็นกลุ่มตึกแถว หรืออาคารสำนักงาน หรือที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยเดิม ที่ติดกับถนนสายหลัก รองลงมา คือ แปลงที่ดินขนาดเล็กที่อยู่ติดกัน 3 - 4 แปลง โดยเป็นแปลงใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ลำดับต่อมา คือ แปลงที่ดินว่างเปล่าและแปลงที่ดินที่มีทางทางเข้าจากถนนสายหลักและมีรูปแบบเป็นแนวยาวก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนแปลงที่ดินประเภทราชการมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะอาคารภายในแต่ไม่เปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส่วนแปลงที่ดินที่เกิดการเปลี่ยนแปลงยากที่สุด คือ แปลงที่ดินตึกแถวที่มีหลายกรรมสิทธิ์จึงยากแก่การพัฒนา
Other Abstract: From the changes of government’s policies from road transportation to rail transportation, Land use along the skytrain was changed. Because of the land is high potential to reach. Occur the investment in real estate sector such as office buildings condominium including the big commercial buildings or shopping malls to respond to the residents around the Metro station. Make the density of land use and land prices followed. However, if the rail system is not develop relatively to land use planning around the skytrain station. That will make the area not fully developed as area’s potentials. Due to had small plots that difficult to develop. Especially, the high potential areas next to the main road. The developments that occurred in the last 15 years ago along the skytrain, discover a phenomenon that small plots of dilapidated tenement mix along with large plots of the land for residential or condominium and office Building The objective of this research is to study land use changes and trends of development. Study factors affecting land use changes along the skytrain about suggestion to achieve full potential development as comprehensive plan. This research methods apply empirically by studying the variables to know the reasons that cause the changing. To investigate the incident and find out that cause of changes. Collect the data from the data source to process and analysis. This research analyze by using comparative land use maps in 2545, 2551 and 2557. Analyze factors affecting changes of land use by emphasis on the physical factors, and conditions of changing such as legislation of buildings and land ownership to analyze the potential development of a comprehensive plan in 2549. The study found that identity of the land plots is the major factor causing the changes. Depend on the size and shape of the land plots. From the study, Land plots that have high opportunity to change is single land ownership. Such as tenement houses, old office buildings or low density residential that location next to the main road that minimum width 18 meters, followed by the small land adjacent 3-4 plots. Most of this change will become residential land use. The next is vacant land that can access from the main road can be changed. Finally, the government land use will not change. The land plots which is the most difficult to change and develop is the land plots that have many ownerships.
Description: วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557
Degree Name: การวางแผนภาคและเมืองมหาบัณฑิต
Degree Level: ปริญญาโท
Degree Discipline: การวางแผนภาคและเมือง
URI: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46214
Type: Thesis
Appears in Collections:Arch - Theses

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
5673312825.pdf15.43 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.